คนหนุ่มสาวอเมริกันกำลังมองปัญญาประดิษฐ์ในแง่ลบมากขึ้น และความกังวลเรื่อง AI กับตลาดแรงงานกำลังกลายเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น

ผลสำรวจ Axios–Generation Lab ล่าสุด ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม–4 สิงหาคม 2026 จากชาวอเมริกันอายุ 18–34 ปี จำนวน 1,075 คน พบว่า 27% บอกว่าตัวเองหรือคนที่รู้จักเคยสูญเสียงานเพราะ AI

ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า AI ทำให้เกิดการตกงานในระดับเดียวกับที่คนหนุ่มสาวรับรู้ เพราะข้อมูลตลาดแรงงานโดยรวมยังไม่มีหลักฐานว่า AI กำลังทำลายตำแหน่งงานเป็นวงกว้างในเวลานี้ แต่ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนสิ่งที่อาจสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ คนรุ่นใหม่กำลังรู้สึกว่า AI กำลังเข้ามากระทบความมั่นคงทางอาชีพของพวกเขาแล้ว

ความรู้สึกดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่คนหนุ่มสาวมีความกังวลด้านเศรษฐกิจสูงอยู่แล้ว โดยผลสำรวจเดียวกันพบว่า 96% มีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ เช่น ค่าเช่า อาหาร น้ำมัน และค่าสาธารณูปโภค และ 40% ระบุว่ากังวลอย่างมาก

จาก “AI จะมาแย่งงาน” สู่ “มันเกิดขึ้นแล้ว”

สิ่งที่น่าสนใจของผลสำรวจครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงตัวเลข 27% แต่คือช่องว่างระหว่าง ข้อมูลทางเศรษฐกิจ กับ การรับรู้ของคนรุ่นใหม่

งานวิจัยจาก Stanford Institute for Economic Policy Research ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานว่า AI ทำให้เกิดการว่างงานในวงกว้าง และการจ้างงานในอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องกับ AI สูงหลายประเภทก็ยังไม่ได้ลดลงอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบสัญญาณว่าความต้องการจ้างงานคนรุ่นใหม่ในบางอาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI อาจชะลอตัวลง โดยเฉพาะงานระดับเริ่มต้น เช่น งานพัฒนาซอฟต์แวร์และงานบริการลูกค้า

นั่นทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างจากภาพ “AI ฆ่างานทั้งหมด” ที่เคยถูกพูดถึงในช่วงแรก

AI อาจยังไม่ได้ทำให้บริษัทจำนวนมากเลิกจ้างพนักงานทันที แต่กำลังทำให้บางบริษัทคิดใหม่ว่า ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นจำเป็นต้องมีคนหรือไม่

หากงานหนึ่งสามารถให้ AI ทำงานวิจัย สรุปข้อมูล เขียนเอกสาร หรือสร้างโค้ดเบื้องต้นได้ บริษัทอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มพนักงานใหม่ในจำนวนเท่าเดิม

ผลกระทบจึงอาจเกิดขึ้นผ่าน “การไม่จ้างเพิ่ม” ก่อนที่จะปรากฏเป็นตัวเลขการเลิกจ้าง

คนรุ่นใหม่ไม่ได้แค่กลัว AI แต่เริ่มไม่ไว้ใจคนสร้าง AI

ความกังวลไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเทคโนโลยี

ผลสำรวจอีกส่วนพบว่าคนหนุ่มสาวอเมริกันจำนวนมากไม่ไว้วางใจบรรดามหาเศรษฐีและผู้บริหารที่อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรม AI ขณะที่ 45% เชื่อว่า AI จะส่งผลเสียต่ออาชีพของตัวเอง

นี่ช่วยอธิบายภาพที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในงานรับปริญญาของมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งผู้บริหารที่ขึ้นพูดถึง AI ในฐานะ “อนาคต” กลับได้รับเสียงโห่จากบัณฑิต

สำหรับคนที่มีงานมั่นคง AI อาจหมายถึงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ

แต่สำหรับคนอายุ 20 กว่าปีที่กำลังหางานแรกหลังเรียนจบ AI อาจถูกมองต่างออกไป

มันอาจหมายถึงการแข่งขันกับคนอื่นที่มี AI เป็นเครื่องมือเดียวกัน

หรือในกรณีที่น่ากังวลกว่าเดิม อาจหมายถึงการแข่งขันกับ AI โดยตรง

แต่ข้อมูลยังไม่สนับสนุนคำว่า “AI กำลังฆ่างาน”

นักเศรษฐศาสตร์ยังเตือนให้ระวังการสรุปเร็วเกินไป

รายงานของ Anthropic ที่ศึกษาผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานในปี 2026 พบว่า ยังไม่มีหลักฐานอย่างเป็นระบบว่าอาชีพที่มีความเสี่ยงจาก AI สูงทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปลายปี 2022 แม้จะพบสัญญาณว่าการจ้างงานคนรุ่นใหม่ในบางอาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI ชะลอลง

ขณะที่ Stanford ระบุว่า ตลาดแรงงานของบัณฑิตใหม่กำลังเผชิญความยากลำบาก โดยอัตราการว่างงานของคนจบใหม่แตะ 5.6% ในช่วงต้นปี 2026 แต่ปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้มีเพียง AI ทั้งอัตราดอกเบี้ย การจ้างงานหลังโควิด และภาวะเศรษฐกิจก็มีส่วนเช่นกัน

ดังนั้นคำถามในเวลานี้อาจไม่ใช่

“AI กำลังแย่งงานของคนหนุ่มสาวหรือยัง?”

แต่เป็น

“AI กำลังเปลี่ยนเงื่อนไขในการได้งานของคนหนุ่มสาวเร็วแค่ไหน?”

เพราะแม้ AI จะยังไม่ได้ทำให้เกิดการว่างงานครั้งใหญ่ แต่หากบริษัทเริ่มต้องการพนักงานน้อยลง เริ่มคาดหวังให้พนักงานหนึ่งคนทำงานได้มากขึ้น และลดตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นลง ผลกระทบก็อาจตกอยู่กับคนที่กำลังจะเริ่มต้นอาชีพก่อนกลุ่มอื่น

นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนหนุ่มสาวจำนวนมากจึงไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่

แต่กำลังมองมันเป็น ตัวแปรที่อาจตัดสินว่า พวกเขาจะได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *