แม้จะจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอย่าง University of Oxford ก็ไม่ได้หมายความว่าการเดินเข้าสู่ตลาดแรงงานในปี 2026 จะเป็นเรื่องง่ายเหมือนในอดีต

Jonathan Black หัวหน้าฝ่ายอาชีพของ University of Oxford เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยกำลังเห็น สัดส่วนของนักศึกษาที่ก้าวเข้าสู่งานระดับบัณฑิตศึกษาลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยผลกระทบเด่นชัดเป็นพิเศษในกลุ่มนักศึกษาปริญญาตรีและผู้เรียนสายมนุษยศาสตร์

ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยท่ามกลางตลาดแรงงานสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะที่บริษัทจำนวนมากกำลังนำ AI เข้ามาใช้ทั้งในกระบวนการทำงานและการสรรหาบุคลากร

Oxford ไม่ได้บอกว่า AI เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้บัณฑิตหางานยากขึ้น แต่ Black ระบุว่า จำนวนตำแหน่งงานโดยรวมลดลง และกระบวนการรับสมัครงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากการนำ AI เข้ามาใช้

บริษัทบางแห่งใช้ AI ช่วยคัดกรองใบสมัคร รวมถึงวิเคราะห์วิดีโอสัมภาษณ์ ส่งผลให้ผู้สมัครบางคนได้รับการปฏิเสธอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์

สำหรับบัณฑิตจำนวนมาก วิธีรับมือคือการส่งใบสมัครจำนวนมากขึ้น แต่ปัญหาคือการสมัครงานแบบหว่านจำนวนมากอาจทำให้คุณภาพของใบสมัครลดลง และไม่ได้เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จเสมอไป

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็ก Oxford ไม่เก่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Oxford จึงไม่ได้หมายความว่าบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชั้นนำกำลังขาดความสามารถ

แต่ตลาดงานกำลังเปลี่ยนกติกา

ก่อนหน้านี้ บริษัทจำนวนมากรับเด็กจบใหม่เข้ามาเพื่อให้เริ่มต้นจากงานระดับพื้นฐาน เรียนรู้กระบวนการทำงาน และค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับองค์กร

แต่เมื่อ AI สามารถทำงานบางอย่างที่เคยเป็นหน้าที่ของพนักงานระดับเริ่มต้นได้ บริษัทก็มีทางเลือกมากขึ้นว่าจะต้องจ้างคนจำนวนเท่าเดิมหรือไม่

งานเขียน งานวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น งานค้นคว้า งานบริการลูกค้า และงานธุรการบางประเภท ล้วนเป็นงานที่กำลังถูกนำ AI เข้ามาช่วยหรือเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน

ผลที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่จำเป็นต้องเป็นการ “ไล่คนออก” ทันที

แต่อาจเริ่มจากการ ไม่เปิดตำแหน่งใหม่

และสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบ ผลลัพธ์ก็แทบไม่ต่างกัน

เพราะตำแหน่งงานแรกที่ควรใช้เป็นประตูเข้าสู่โลกการทำงานอาจมีจำนวนลดลง

งานระดับเริ่มต้นกำลังถูกยกระดับความคาดหวัง

อีกความเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ บริษัทไม่ได้ต้องการเพียงคนที่มีความรู้ทางวิชาการอีกต่อไป

งานระดับเริ่มต้นบางตำแหน่งกำลังต้องการทักษะที่เคยคาดหวังจากพนักงานที่มีประสบการณ์มากกว่า เช่น การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความสามารถในการใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ

Financial Times เรียกแนวโน้มนี้ว่า “senior-isation” ของงานระดับ junior หรือการทำให้งานระดับเริ่มต้นมีความคาดหวังเหมือนงานระดับสูงขึ้น

ปัญหาคือ เด็กจบใหม่ยังไม่มีโอกาสสะสมประสบการณ์เหล่านั้นมากนัก

นี่จึงเกิดคำถามสำคัญว่า หากบริษัทต้องการคนที่มีประสบการณ์ตั้งแต่วันแรก แล้วคนรุ่นใหม่จะเอาประสบการณ์มาจากไหน

ปริญญายังมีค่า แต่ปริญญาอย่างเดียวอาจไม่พอ

สถานการณ์ของ Oxford เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดงานบัณฑิตในสหราชอาณาจักรโดยรวมกำลังอ่อนแอ

ข้อมูลจาก Indeed ระบุว่า จำนวนประกาศงานสำหรับบัณฑิตในสหราชอาณาจักรลดลงประมาณ 7% จากปีก่อน และอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด ขณะที่อัตราการว่างงานของคนอายุ 18–24 ปีอยู่ที่ 14.8%

ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่า “AI ทำให้เด็ก Oxford ตกงาน”

เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต้นทุนการจ้างงาน และจำนวนตำแหน่งงานที่ลดลงก็มีส่วนสำคัญ

แต่ AI กำลังเพิ่มตัวแปรใหม่เข้าไปในสมการ

เพราะบริษัทสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อทำงานบางอย่างได้มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนพนักงานในสัดส่วนเดียวกัน

Oxford จึงกำลังเปลี่ยนวิธีเตรียมนักศึกษา

เมื่อโลกการทำงานเปลี่ยน ฝ่ายแนะแนวอาชีพของมหาวิทยาลัยก็ต้องเปลี่ยนตาม

Oxford กำลังเน้นให้นักศึกษาไม่ได้เตรียมตัวเพียงเพื่อให้มี CV ที่ดี แต่ต้องมีประสบการณ์ทำงานจริง ทักษะการสื่อสาร การสร้างเครือข่าย และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

Black ยังแนะนำให้นักศึกษาออกไปพบผู้คนจริง ๆ ผ่านงาน career fair และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้พูดคุยกับนายจ้างโดยตรง เพราะในยุคที่ใบสมัครจำนวนมากถูกคัดกรองด้วยระบบอัตโนมัติ การมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์อาจกลายเป็นข้อได้เปรียบมากขึ้น

นี่ทำให้เกิดภาพที่น่าสนใจ

ในวันที่ AI ทำให้การเขียน CV ง่ายขึ้น การสมัครงานง่ายขึ้น และการเตรียมตัวสัมภาษณ์ง่ายขึ้น

สิ่งที่มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Oxford กำลังบอกนักศึกษากลับเป็นว่า

อย่าพึ่งพาเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องกลับไปสร้างทักษะที่มนุษย์ยังต้องการ

เพราะในตลาดแรงงานยุค AI สิ่งที่นายจ้างต้องการอาจไม่ใช่คนที่รู้ทุกอย่าง

แต่เป็นคนที่ คิดเป็น ตัดสินใจเป็น สื่อสารเป็น และรู้ว่าจะใช้ AI เมื่อไหร่และอย่างไร

จากอเมริกาถึงอังกฤษ คำถามเดียวกันกำลังเกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ ภาพบัณฑิตอเมริกันโห่ผู้พูดที่บอกว่า AI คืออนาคต กลายเป็นข่าวไปทั่วโลก

วันนี้ Oxford กำลังให้ภาพอีกด้านหนึ่ง

ไม่ใช่เสียงโห่ในหอประชุม

แต่เป็นตัวเลขการได้งานที่ลดลง และตลาดแรงงานที่กำลังบีบให้คนรุ่นใหม่ต้องมีทักษะมากกว่าแค่ใบปริญญา

ทั้งสองเรื่องกำลังชี้ไปยังคำถามเดียวกัน

เมื่อ AI เข้ามาทำงานที่เคยเป็นพื้นที่ให้คนจบใหม่ได้เรียนรู้ โลกจะสร้าง “งานแรก” ให้คนรุ่นใหม่อย่างไร

เพราะถ้าคนรุ่นใหม่ไม่มีโอกาสได้งานแรก

พวกเขาก็ไม่มีทางสะสมประสบการณ์เพื่อไปสมัครงานที่สอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *