วงการ AI ไทยเดินหน้าครั้งสำคัญ หลังเปิดตัว “OpenThai 2.0” โมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยแบบเปิด พร้อมกับโครงการ “TH-AI Passport” ที่รัฐบาลเตรียมเปิดให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับ Pro และ Premium สะท้อนทิศทางการผลักดันเทคโนโลยี AI จากระดับนักพัฒนาไปสู่การใช้งานในวงกว้าง

OpenThai 2.0 เปิดตัวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นโมเดล AI แบบ Multimodal ขนาด 27B พารามิเตอร์ พัฒนาขึ้นโดย iApp Technology ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) โดยเน้นความสามารถด้านภาษาไทย การอ่านเอกสารและลายมือภาษาไทย รวมถึงการทำงานในรูปแบบ AI Agent และเปิดน้ำหนักโมเดลภายใต้ใบอนุญาต Apache 2.0 ซึ่งอนุญาตให้นำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้

จุดเด่นสำคัญของ OpenThai 2.0 คือสามารถนำไปติดตั้งและประมวลผลภายในโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรได้เอง ช่วยให้ข้อมูลไม่จำเป็นต้องออกนอกระบบ ขณะเดียวกันทีมพัฒนายังเปิดเผยโมเดลในหลายรูปแบบ เพื่อรองรับตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปไปจนถึงระบบที่ใช้ GPU ประสิทธิภาพสูง

ขณะที่ TH-AI Passport เป็นโครงการภาครัฐที่มุ่งยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้กับคนไทย โดยเปิดให้ลงทะเบียนจำนวน 5 ล้านสิทธิ์ และมีกำหนดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ผู้สมัครต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือ ThaID และใช้บัญชีอีเมลที่ใช้งานได้จริงในการสมัคร

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า TH-AI Passport เปิดให้เข้าถึง AI Pro จากผู้ให้บริการมากกว่า 14 ราย รวมกว่า 30 โมเดล พร้อมหลักสูตรการเรียนรู้ด้าน AI โดยมีเป้าหมายลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี และเพิ่มทักษะ AI ให้กับประชาชนในวงกว้าง

นอกจากนี้ สัญญาโครงการ TH-AI Passport ฉบับแก้ไขล่าสุดยังมีการปรับรูปแบบการคิดค่าบริการ Generative AI ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้งานจริง พร้อมกำหนดความสามารถในการรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันสูงสุด 5 ล้านคน และมีการปรับรายชื่อโมเดล AI บางรายการ โดยระบุ OpenThai 2.0 Legal เข้ามาเป็นหนึ่งในโมเดลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

การเปิดตัว OpenThai 2.0 ควบคู่กับการเดินหน้า TH-AI Passport จึงเป็นอีกก้าวที่น่าจับตาของระบบนิเวศ AI ไทย เพราะไม่ได้มุ่งเพียงการนำ AI มาใช้งานเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโมเดลภาษาไทย การเปิดโอกาสให้องค์กรนำเทคโนโลยีไปต่อยอด ไปจนถึงการขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้มากขึ้น

จับตา 31 สิงหาคมนี้ เมื่อ TH-AI Passport เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าโครงการจะสามารถเปลี่ยนจาก “การเข้าถึง AI” ไปสู่ “การใช้ AI สร้างทักษะ สร้างงาน และเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ” ได้มากน้อยเพียงใด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *