แม้ Apple จะเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่เดินเกม AI ช้ากว่าคู่แข่งหลายราย แต่การพัฒนา Siri เวอร์ชันใหม่อาจทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนแนวทางด้านการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

นักวิเคราะห์มองว่า หาก Siri รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี AI ถูกใช้งานในวงกว้าง Apple จะต้องเพิ่มงบลงทุนในศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ และชิปสำหรับประมวลผล AI เพื่อรองรับปริมาณคำสั่งจากผู้ใช้งานจำนวนมาก

ที่ผ่านมา Apple เน้นการประมวลผล AI บนอุปกรณ์ (On-device AI) ซึ่งช่วยลดการส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์และสอดคล้องกับนโยบายด้านความเป็นส่วนตัวของบริษัท แต่ความสามารถ AI รุ่นใหม่ โดยเฉพาะการสนทนาแบบต่อเนื่อง การเข้าใจบริบท และการจัดการคำสั่งที่ซับซ้อน อาจจำเป็นต้องอาศัยการประมวลผลผ่านศูนย์ข้อมูลมากขึ้น

ประเด็นนี้ทำให้ Apple ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุน เพราะการให้บริการ AI ในระดับผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งศูนย์ข้อมูล ชิปประมวลผล และระบบเครือข่ายที่รองรับการทำงานตลอดเวลา

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Microsoft, Google และ Meta ต่างเพิ่มงบลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลและขยายกำลังประมวลผล เนื่องจากการแข่งขันในตลาด AI ทวีความรุนแรงขึ้น

สำหรับ Apple คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า Siri จะฉลาดขึ้นมากแค่ไหน แต่คือบริษัทจะต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มอีกเท่าไร เพื่อให้บริการ AI สามารถรองรับผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลได้โดยไม่กระทบต่อมาตรฐานด้านความเป็นส่วนตัวและประสิทธิภาพที่บริษัทวางไว้

แม้ Apple ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการลงทุนเพิ่มเติม แต่หลายฝ่ายมองว่า หากบริษัทต้องการไล่ให้ทันการแข่งขันด้าน AI การเพิ่มงบด้านโครงสร้างพื้นฐานอาจกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *