บริษัท เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้โฆษณาที่เติบโตต่อเนื่อง และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงโฆษณา ส่งผลให้บริษัทมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมยืนยันเดินหน้าลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง
Meta เปิดเผยว่า ในไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีรายได้รวม 50,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 18,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36% สะท้อนการเติบโตของธุรกิจโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram, WhatsApp และ Threads
บริษัทระบุว่า การใช้ AI เพื่อปรับปรุงระบบแนะนำคอนเทนต์และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้ลงโฆษณา และส่งผลให้ราคาค่าโฆษณาเฉลี่ย รวมถึงจำนวนการแสดงผลโฆษณา ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้านผู้ใช้งาน Meta ระบุว่า จำนวนผู้ใช้งานรายวันของกลุ่มแอปพลิเคชัน (Family Daily Active People) เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 3.5 พันล้านคน สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มในเครือ แม้การแข่งขันในตลาดโซเชียลมีเดียจะรุนแรงขึ้น
นาย Mark Zuckerberg ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta กล่าวว่า AI จะเป็นเทคโนโลยีหลักที่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทในระยะยาว ทั้งการพัฒนาผู้ช่วย AI ระบบสร้างคอนเทนต์อัตโนมัติ การค้นหาข้อมูล และอุปกรณ์อัจฉริยะรุ่นใหม่ โดย Meta ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
Meta ยังเปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเพิ่มงบลงทุน (Capital Expenditure) สำหรับปี 2569 เพื่อขยายศักยภาพด้าน AI โดยเฉพาะการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่และการจัดหาอุปกรณ์ประมวลผลประสิทธิภาพสูง เพื่อรองรับโมเดล AI รุ่นใหม่และการให้บริการแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ Meta จะใช้งบลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนดังกล่าวเริ่มสร้างผลตอบแทนผ่านการเติบโตของธุรกิจโฆษณาและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน ส่งผลให้ Meta ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ได้รับประโยชน์จากกระแส AI มากที่สุดในอุตสาหกรรม
หลังการประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้น Meta ปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายนอกเวลาทำการ เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ และยุทธศาสตร์การพัฒนา AI ที่คาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของบริษัทในระยะยาว