ตลาดรับเหมางานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเติมงานในมือให้กับผู้รับเหมารายใหญ่ โดยเฉพาะโครงการระบบส่งไฟฟ้าที่มีความจำเป็นต่อการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าและการเชื่อมโยงระบบพลังงานระหว่างประเทศ ขณะที่การเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานรัฐยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
หนึ่งในโครงการที่สะท้อนทิศทางดังกล่าวคือการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการใน สปป.ลาว ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างงานก่อสร้างและปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูง เพื่อเพิ่มศักยภาพและความมั่นคงของระบบส่งไฟฟ้า
ล่าสุด บริษัท เทด้า จำกัด (TEDA) ในกลุ่มบริษัทสามารถ ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านงานก่อสร้างโครงการสายส่งและสถานีไฟฟ้าแรงสูง ได้ร่วมกับ บริษัท ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จำกัด ในนาม “The Consortium of TEDA and STC” และได้รับหนังสือตกลงว่าจ้างจาก EGAT สำหรับโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์
หนังสือตกลงว่าจ้างลงวันที่ 10 สิงหาคม 2569 มีมูลค่าสัญญารวม 2,080.71 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของ TEDA มูลค่า 1,101.54 ล้านบาท และส่วนของบริษัท ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) มูลค่า 979.18 ล้านบาท
ขอบเขตงานครอบคลุมการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV เด่นชัย (GIS) รวมถึงงานจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างและปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV แม่เมาะ 3 และสถานีไฟฟ้าแรงสูง 500 kV ท่าตะโก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับโครงการจาก EGAT ช่วยเพิ่มงานในมือของกลุ่มบริษัท โดยก่อนรับงานดังกล่าว กลุ่มสามารถมี Backlog อยู่ที่ 14,889 ล้านบาท และโครงการใหม่มูลค่ากว่า 2,080 ล้านบาท จะทำให้ Backlog รวมขยับขึ้นมาอยู่ในระดับเกือบ 16,000 ล้านบาท
บริษัทคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้จากโครงการตามความคืบหน้าของงานในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า ขณะที่โครงการมีระยะเวลาก่อสร้าง 24 เดือนนับจากวันที่ยืนยันหนังสือตกลงว่าจ้าง
การได้งานครั้งนี้ยังสะท้อนการแข่งขันในตลาดรับเหมางานภาครัฐที่ผู้ประกอบการต้องมีทั้งความพร้อมด้านเงินทุน บุคลากร และประสบการณ์เฉพาะทาง โดยเฉพาะโครงการระบบไฟฟ้าแรงสูงที่มีมูลค่าสูงและเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
สำหรับ TEDA ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำและลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นอีกส่วนที่เข้ามาเสริมฐานงานในมือของกลุ่มสามารถ และสร้างรายได้ต่อเนื่องในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า