ตลาดสมาร์ทโฟนไทยยังคงแข่งขันอย่างเข้มข้นในปี 2569 ท่ามกลางการเร่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแข่งขันด้านราคาเพื่อแย่งชิงกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Xiaomi ที่มีการปรับกลยุทธ์ด้านราคาในประเทศจีน ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสมาร์ทโฟนโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการทำตลาดในประเทศไทยในระยะต่อไป
ปัจจุบัน Xiaomi ยังคงเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก รองจาก Samsung และ Apple ขณะที่ในประเทศไทย แบรนด์ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ผ่านซีรีส์ Redmi, Redmi Note และ POCO ซึ่งแข่งขันโดยตรงกับ OPPO, vivo, Samsung, realme และ HONOR
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดสมาร์ทโฟนจีนกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ทั้งจากการกลับมาของ Huawei การรุกตลาดของ HONOR รวมถึงการแข่งขันด้าน AI ของผู้ผลิตทุกราย ส่งผลให้หลายแบรนด์ต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังเปลี่ยนสมาร์ทโฟนน้อยลงเมื่อเทียบกับในอดีต ทำให้ผู้ผลิตต้องเร่งสร้างแรงจูงใจผ่านการเพิ่มฟีเจอร์ AI กล้องประสิทธิภาพสูง และระบบนิเวศของอุปกรณ์อัจฉริยะ ควบคู่ไปกับการจัดโปรโมชั่นที่เข้มข้นมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่มีสัญญาณว่าการปรับกลยุทธ์ด้านราคาในจีนจะส่งผลโดยตรงต่อราคาจำหน่าย แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากการแข่งขันในจีนยังดำเนินต่อไป ก็มีโอกาสที่ตลาดไทยจะได้รับอานิสงส์ในรูปแบบของโปรโมชั่นที่แรงขึ้น หรือการตั้งราคาเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ให้แข่งขันได้มากขึ้น

ปัจจุบัน ตลาดสมาร์ทโฟนไทยยังมีการแข่งขันจากผู้เล่นหลักหลายราย ทั้ง Samsung, Apple, OPPO, vivo, Xiaomi, realme และ HONOR โดยแต่ละแบรนด์ต่างเร่งลงทุนด้าน AI เพื่อสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ขณะที่การแข่งขันด้านราคาเริ่มเปลี่ยนจากการลดราคาโดยตรง มาเป็นการเพิ่มความคุ้มค่าผ่านของแถม บริการหลังการขาย และการผ่อนชำระ
นักวิเคราะห์มองว่า ทิศทางการแข่งขันในช่วงครึ่งหลังของปีจะยิ่งเข้มข้นขึ้น หลังผู้ผลิตทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟน AI รุ่นใหม่หลายรุ่น โดยความท้าทายของผู้ผลิตจะไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขาย แต่ต้องรักษาสมดุลระหว่างส่วนแบ่งตลาดและความสามารถในการทำกำไรในยุคที่ต้นทุนเทคโนโลยีและการพัฒนา AI เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง