(Local Currency Transaction: LCT) ในการค้าการลงทุนระหว่างกัน พร้อมต่อยอดการเชื่อมโยงระบบชำระเงินดิจิทัลข้ามพรมแดน ซึ่งสะท้อนบทบาทของเงินบาทที่กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับภูมิภาค

แม้เงินบาทจะยังไม่ใช่สกุลเงินหลักในชีวิตประจำวันของชาวอินโดนีเซีย แต่ในภาคธุรกิจกลับมีการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ทำการค้าระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับต้น ๆ ของอาเซียน การชำระเงินด้วยเงินบาทและรูเปียห์โดยตรงช่วยลดต้นทุนจากการแลกเปลี่ยนผ่านเงินดอลลาร์สหรัฐ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และทำให้ธุรกรรมมีความคล่องตัวมากขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นได้ คือ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินดิจิทัล ของทั้งสองประเทศ โดยประเทศไทยมีระบบ PromptPay ที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย ขณะที่อินโดนีเซียพัฒนาระบบ QRIS (Quick Response Code Indonesian Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐาน QR Code กลางของประเทศ ทำให้ร้านค้าและผู้ให้บริการทางการเงินสามารถเชื่อมต่อการรับชำระเงินได้ในระบบเดียว

เมื่อทั้งสองระบบเชื่อมโยงกัน นักท่องเที่ยวไทยสามารถใช้แอปพลิเคชันธนาคารของไทยสแกน QRIS เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในอินโดนีเซียได้โดยตรง เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียที่สามารถใช้แอปของตนสแกนชำระเงินผ่าน PromptPay ในประเทศไทย โดยระบบจะคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและรูเปียห์ผ่านเครือข่ายของธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ ลดความจำเป็นในการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐในธุรกรรมรายย่อย

นอกจากภาคการท่องเที่ยวแล้ว ความพร้อมของระบบดังกล่าวยังช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่สามารถรับและชำระเงินข้ามประเทศได้สะดวกขึ้น ลดระยะเวลาและค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการขยายการค้าการลงทุนในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การใช้เงินบาทในอินโดนีเซียยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังจำกัดอยู่ในภาคธุรกิจและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับไทยเป็นหลัก ขณะที่ประชาชนทั่วไปยังใช้เงินรูเปียห์เป็นสื่อกลางในการซื้อขายตามปกติ ดังนั้น การขยายบทบาทของเงินบาทจะขึ้นอยู่กับการเติบโตของมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ ความพร้อมของธนาคารพาณิชย์ในการให้บริการ และการสร้างสภาพคล่องของตลาดแลกเปลี่ยนเงินบาท–รูเปียห์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของอาเซียนในการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลระดับภูมิภาค เพื่อรองรับการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของสกุลเงินท้องถิ่นในระบบเศรษฐกิจอาเซียนในระยะยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *