NVIDIA กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการเติบโต หลังนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พุ่งสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้อีกนานแค่ไหน ขณะที่บริษัทเตรียมเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 และเดินหน้าสู่การเปิดตัวชิปตระกูลใหม่อย่าง Vera Rubin
NVIDIA กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก โดยเฉพาะความต้องการ GPU สำหรับศูนย์ข้อมูลและการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มจับตามองมากขึ้นว่าเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรม AI กำลังสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอหรือไม่
Reuters รายงานว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์รายได้ของ NVIDIA ในไตรมาส 2 จะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน แตะประมาณ 92,180 ล้านดอลลาร์ โดยมีธุรกิจศูนย์ข้อมูลเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
ชิป Vera Rubin คือความหวังระลอกใหม่
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตามองคือ Vera Rubin สถาปัตยกรรมชิป AI รุ่นใหม่ของ NVIDIA ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจัดส่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
ตลาดต้องการเห็นว่าชิปรุ่นใหม่จะสามารถสร้างการเติบโตระลอกต่อไปให้ NVIDIA ได้หรือไม่ หลังบริษัทประสบความสำเร็จอย่างมากจากชิปตระกูล Hopper และ Blackwell
ขณะเดียวกัน NVIDIA ต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากทั้ง AMD, Intel รวมถึงชิป AI ที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Google, Amazon และบริษัทอื่น ๆ พัฒนาขึ้นเอง
นักลงทุนเริ่มกังวลเรื่อง “เงินทุน AI”
สิ่งที่แตกต่างจากช่วงก่อนหน้านี้คือ ความกังวลของนักลงทุนไม่ได้อยู่แค่เรื่องยอดขายชิปอีกต่อไป แต่เริ่มมองไปถึง วิธีที่บริษัท AI และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหาเงินมาลงทุน
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา NVIDIA ร่วมมือกับสถาบันการเงินรายใหญ่ 6 แห่ง เพื่อจัดตั้งแพลตฟอร์มระดมทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งอาจระดมเงินจากบุคคลที่สามได้มากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ NVIDIA ยังตกลงให้การค้ำประกันวงเงินสูงถึง 105,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนโครงการศูนย์ข้อมูลของ OpenAI ทำให้เกิดคำถามว่า NVIDIA กำลังมีบทบาทมากขึ้นจากผู้ผลิตชิป ไปสู่ผู้สนับสนุนด้านเงินทุนของระบบนิเวศ AI หรือไม่
ด้าน Jensen Huang ซีอีโอ NVIDIA ปกป้องแนวทางดังกล่าว โดยมองว่าการสนับสนุนลูกค้าที่กำลังขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่จำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว
ตลาดรอดูว่า AI Boom จะไปต่อได้หรือไม่
แม้ NVIDIA ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ความคาดหวังของตลาดก็อยู่ในระดับสูงมาก ทำให้ผลประกอบการครั้งนี้มีความสำคัญต่อทั้ง NVIDIA และหุ้นกลุ่ม AI โดยรวม
นักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ไตรมาส 3 ของ NVIDIA อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 82.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ 104,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับปรุงแล้วคาดว่าจะอยู่ราว 75%
สิ่งที่ตลาดต้องการคำตอบจึงไม่ใช่เพียงว่า NVIDIA จะทำกำไรได้มากแค่ไหน แต่คือ การลงทุนด้าน AI ในระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน จะสร้างความต้องการชิปและรายได้ที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่
หาก Vera Rubin สามารถผลักดันความต้องการรอบใหม่ได้สำเร็จ NVIDIA ก็อาจเดินหน้าสู่การเติบโตอีกระลอก แต่หากการลงทุน AI เริ่มชะลอตัว ความคาดหวังที่สูงมากในปัจจุบันก็อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อหุ้นและอุตสาหกรรม AI ทั้งระบบ
ที่มา: Reuters Reuters