องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐอเมริกา (NASA) เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดจากยานสำรวจอวกาศ Lucy ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการดาราศาสตร์ หลังพบว่าดาวเคราะห์น้อย “Donaldjohanson” ซึ่งยานบินผ่านเมื่อปี 2025 มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วลิสงขนาดยักษ์ และมีรูปแบบการหมุนที่ซับซ้อนกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์ไว้ โดยข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยไขความลับเกี่ยวกับยุคกำเนิดระบบสุริยะเมื่อหลายพันล้านปีก่อนได้มากขึ้น
ผลการวิเคราะห์ที่เผยแพร่ในวารสาร Science ระบุว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ไม่ได้หมุนรอบแกนเดียวเหมือนวัตถุท้องฟ้าส่วนใหญ่ แต่มีลักษณะการหมุนแบบ “โคลงเคลง” หรือหมุนหลายแกนพร้อมกัน ขณะที่ภาพถ่ายความละเอียดสูงจากยาน Lucy แสดงให้เห็นรูปร่างสองปุ่มเชื่อมต่อกันคล้ายถั่วลิสง ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการรวมตัวของเศษซากวัตถุอวกาศหลังการชนครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 155 ล้านปีก่อน

สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์สนใจเป็นพิเศษคือ การตรวจพบแร่ดินเหนียวที่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบ ซึ่งเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าในอดีตอันไกลโพ้น ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้อาจเคยมีน้ำในสถานะของเหลวอยู่บนพื้นผิวหรือภายในโครงสร้างมาก่อน
นักวิจัยเชื่อว่า Donaldjohanson เป็นเศษซากที่เหลืออยู่จากดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่แตกสลายจากการชนกันในแถบดาวเคราะห์น้อยระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี และอาจถือเป็น “ฟอสซิลแห่งระบบสุริยะ” ที่ยังคงเก็บรักษาหลักฐานเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในช่วงแรกเริ่มของการก่อกำเนิดดาวเคราะห์ต่าง ๆ รวมถึงโลกของเราไว้ได้
ภารกิจ Lucy ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่ปี 2021 มีเป้าหมายสำคัญในการศึกษากลุ่มดาวเคราะห์น้อยโทรจัน (Trojan Asteroids) ที่โคจรร่วมกับดาวพฤหัสบดี โดยนักวิทยาศาสตร์หวังว่าข้อมูลจาก Donaldjohanson จะช่วยเชื่อมโยงความเข้าใจเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายตัวของวัตถุในระบบสุริยะยุคแรก และอาจตอบคำถามสำคัญว่า น้ำและสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการกำเนิดสิ่งมีชีวิตบนโลกถูกนำพามาจากที่ใด
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การค้นพบครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า ดาวเคราะห์น้อยไม่ได้เป็นเพียงก้อนหินล่องลอยในอวกาศ แต่เป็นแหล่งข้อมูลทางธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์จักรวาลที่ทรงคุณค่า ซึ่งอาจช่วยให้มนุษย์เข้าใจต้นกำเนิดของโลก ระบบสุริยะ และเงื่อนไขที่นำไปสู่การเกิดสิ่งมีชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในอนาคต