แม้รัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่าง “คนละครึ่ง” เพื่อเพิ่มกำลังซื้อและพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า ปัญหาที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญในปัจจุบันลึกกว่าการบริโภคที่ชะลอตัว เพราะเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อรูปแบบการค้า การลงทุน และการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่การค้าขายพึ่งพาหน้าร้านและศูนย์การค้า กลายเป็นการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วโลกได้โดยตรง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าดั้งเดิม และผู้ค้าส่งจำนวนมากต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้านำเข้าและผู้ประกอบการต่างประเทศที่เข้าถึงผู้บริโภคไทยได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ขยายไปสู่การแข่งขันด้านข้อมูล เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองผู้บริโภคได้รวดเร็วกว่ารูปแบบการค้าแบบเดิม ผู้ประกอบการที่ปรับตัวไม่ทันจึงมีความเสี่ยงสูญเสียส่วนแบ่งตลาด แม้ว่าภาพรวมกำลังซื้อของประเทศจะฟื้นตัวก็ตาม

อีกด้านหนึ่ง ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้จำนวนแรงงานวัยทำงานลดลง ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แม้ภาครัฐจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ แต่การบริโภคอาจเพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราว หากรายได้ของครัวเรือนไม่เติบโตตามค่าครองชีพ

นอกจากนี้ ภาคการผลิตของไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการย้ายฐานการผลิต การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจ ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานโลก และมาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้การพึ่งพาการส่งออกในรูปแบบเดิมไม่สามารถสร้างการเติบโตได้เหมือนในอดีต

นักเศรษฐศาสตร์จึงมองว่า มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น คนละครึ่ง สามารถช่วยประคองเศรษฐกิจและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระยะสั้น แต่ไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน การสร้างผู้ประกอบการดิจิทัล การส่งเสริมนวัตกรรม และการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถแข่งขันในยุคที่การค้าออนไลน์และเศรษฐกิจดิจิทัลกลายเป็นกลไกหลักของโลก

ในมุมมองของนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ หลายประเทศไม่ได้แข่งขันกันเพียงการดึงดูดการลงทุนอีกต่อไป แต่แข่งขันกันด้วยระบบนิเวศของนวัตกรรม ความสามารถในการสร้างเทคโนโลยี และการครองแพลตฟอร์มดิจิทัล หากประเทศไทยยังคงพึ่งพาการกระตุ้นการบริโภคเป็นหลัก โดยไม่เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ก็อาจช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เพียงช่วงสั้น ๆ แต่จะเผชิญความท้าทายในการรักษาการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *