กรณีการตรวจสอบนิติบุคคลจำนวน 53 รายในพื้นที่ห้วยขวางที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานภาครัฐ ได้จุดประกายคำถามสำคัญต่อระบบกำกับดูแลธุรกิจของไทยในยุคดิจิทัล เมื่อการตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้น โครงสร้างบริษัท และธุรกรรมทางเศรษฐกิจ มีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าที่การตรวจเอกสารแบบดั้งเดิมจะรองรับได้

แม้ผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการยังไม่มีข้อยุติ และยังไม่มีการชี้ขาดทางกฎหมายเกี่ยวกับนิติบุคคลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังเผชิญ นั่นคือการค้นหาความผิดปกติที่อาจซ่อนอยู่ในเครือข่ายข้อมูลขนาดมหาศาล

ในอดีต การตรวจสอบความเชื่อมโยงของบริษัทมักอาศัยเอกสารจดทะเบียน รายชื่อผู้ถือหุ้น หรือข้อมูลทางบัญชีเป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน ธุรกิจจำนวนมากมีโครงสร้างที่ซับซ้อนขึ้น มีการเชื่อมโยงระหว่างบุคคล นิติบุคคล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคาร และธุรกรรมดิจิทัลจำนวนมาก ทำให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจกระจายอยู่ในหลายหน่วยงานและหลายระบบ
นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศเริ่มนำ Artificial Intelligence (AI) และ Big Data Analytics เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในระดับที่มนุษย์ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจคือ Graph Analytics หรือการวิเคราะห์เครือข่ายความสัมพันธ์ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อสร้างภาพรวมของเครือข่ายธุรกิจและค้นหาความสัมพันธ์ที่อาจไม่สามารถมองเห็นได้จากเอกสารเพียงฉบับเดียว

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทหลายแห่งมีการใช้ที่อยู่เดียวกัน หมายเลขโทรศัพท์เดียวกัน ผู้ประสานงานชุดเดียวกัน หรือมีรูปแบบการทำธุรกรรมที่คล้ายคลึงกัน ระบบ AI สามารถระบุรูปแบบดังกล่าวและแจ้งเตือนความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติมได้

นอกจากนี้ เทคโนโลยี Machine Learning ยังสามารถเรียนรู้รูปแบบพฤติกรรมที่ผิดปกติจากข้อมูลจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับขนาดกิจการ รูปแบบธุรกรรมที่แตกต่างจากธุรกิจประเภทเดียวกัน หรือความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ระหว่างบุคคลและนิติบุคคลจำนวนมาก
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการกำกับดูแล หรือ RegTech มองว่า ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยอาจไม่ได้อยู่ที่การขาดข้อมูล แต่เป็นการที่ข้อมูลยังแยกกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ทั้งข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูลภาษี ข้อมูลการเงิน และข้อมูลการเดินทางข้ามพรมแดน

หากสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้ภายใต้กรอบกฎหมายที่เหมาะสม พร้อมนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ ประเทศไทยอาจก้าวสู่ระบบ Early Warning System หรือระบบแจ้งเตือนความเสี่ยงล่วงหน้า ที่ช่วยให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในท้ายที่สุด การแข่งขันในโลกยุคใหม่อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีข้อมูลมากที่สุด แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีกว่าและรวดเร็วกว่า
เพราะในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของเศรษฐกิจ การตรวจสอบความผิดปกติอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการเปิดแฟ้มเอกสารอีกต่อไป แต่อาจเริ่มต้นจากการให้ AI มองเห็นความเชื่อมโยงที่ซ่อนอยู่ในข้อมูลหลายล้านรายการก่อนมนุษย์

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการวิเคราะห์แนวโน้มด้านเทคโนโลยีและการกำกับดูแลข้อมูลในระดับสากล มิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกล่าวหาต่อบุคคลหรือนิติบุคคลใดโดยเฉพาะ และผลการตรวจสอบกรณีต่าง ๆ ยังคงขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *