ช่วงวันหยุดหรือฤดูกาลท่องเที่ยว หลายคนเริ่มวางแผนเดินทาง เปิดหลายเว็บไซต์เพื่อเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และโปรโมชั่นต่าง ๆ แต่ในช่วงที่นักเดินทางกำลังเร่งตัดสินใจ มิจฉาชีพเองก็กำลังอาศัยจังหวะดังกล่าวเป็นช่องทางก่อเหตุเช่นกัน
ข้อมูลจาก Kaspersky ระบุว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ปลอมเป็นแบรนด์ด้านการเดินทางมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมิจฉาชีพไม่ได้มุ่งหวังเพียงเงินจากการจองที่พักปลอมเท่านั้น แต่ยังอาจใช้เว็บไซต์ ลิงก์ หรือแอปพลิเคชันปลอมเป็นช่องทางขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของเหยื่อ
เปิด 2 กลลวงยอดฮิต นักเดินทางต้องระวัง
- อ้างเป็นสายการบิน แจกเงินชดเชย แต่เร่งให้กรอกข้อมูล
หนึ่งในวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้ คือการส่งข้อความปลอมเป็นสายการบินหรือบริษัทท่องเที่ยว แจ้งว่าผู้โดยสารมีสิทธิได้รับเงินชดเชยหรือเงินคืน พร้อมแนบลิงก์ให้เข้าไปดำเนินการ
จุดสังเกตสำคัญคือ มิจฉาชีพมักสร้างความกดดันด้วยการกำหนดเวลาสั้น ๆ หรือทำหน้าจอนับถอยหลัง เพื่อให้เหยื่อไม่มีเวลาตรวจสอบข้อมูล ก่อนหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัตร หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร
บางกรณีอาจอ้างว่าต้องจ่าย “ค่าธรรมเนียม” ก่อนจึงจะสามารถรับเงินคืนได้
หากได้รับข้อความลักษณะนี้ ไม่ควรรีบกดลิงก์หรือกรอกข้อมูล แต่ควรเข้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทางการของสายการบินด้วยตัวเอง แล้วตรวจสอบสิทธิหรือสถานะการคืนเงินอีกครั้ง
- เว็บจองโรงแรมปลอม เลียนแบบของจริงจนแทบแยกไม่ออก
อีกกลลวงที่ต้องระวังคือการสร้างเว็บไซต์จองโรงแรมหรือที่พักปลอม โดยเลียนแบบหน้าตา โลโก้ และรูปแบบของแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงจนดูน่าเชื่อถือ
เหยื่ออาจพบโปรโมชั่นราคาพิเศษ กดเลือกห้องพัก กรอกข้อมูล และชำระเงินตามขั้นตอนจนเสร็จสมบูรณ์ แต่เมื่อเดินทางไปถึงโรงแรมจริงกลับพบว่า ไม่มีข้อมูลการจองอยู่ในระบบ
นอกจากนี้ เว็บไซต์หรือลิงก์ปลอมบางประเภทอาจถูกใช้เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหรือไฟล์ที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลสำคัญและข้อมูลทางการเงิน
ทำไมมิจฉาชีพจึงหลอกนักเดินทางได้ง่าย?
กลโกงเหล่านี้ไม่ได้อาศัยเพียงการปลอมแปลงเว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังใช้หลักจิตวิทยาเข้ามาช่วย โดยเฉพาะการสร้าง “ความเร่งรีบ” เพื่อให้เหยื่อตัดสินใจโดยไม่ทันตรวจสอบ
ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นที่กำลังจะหมดอายุ ข้อเสนอราคาพิเศษ หรือข้อความแจ้งว่าได้รับเงินคืน ซึ่งล้วนทำให้ผู้รับสารรู้สึกว่าต้องรีบดำเนินการทันที
ยิ่งไปกว่านั้น นักเดินทางจำนวนมากมักเปิดเว็บไซต์หลายหน้าเพื่อเปรียบเทียบราคา ทำให้มีโอกาสสับสนระหว่างเว็บไซต์จริงกับเว็บไซต์ปลอม ขณะที่มิจฉาชีพก็สามารถเลียนแบบโลโก้ สี และรูปแบบเว็บไซต์ให้ใกล้เคียงกับของจริงได้มากขึ้น
7 วิธีเช็กให้ชัวร์ ก่อนจองและก่อนโอนเงิน
- อย่ากดลิงก์จากข้อความที่ไม่แน่ใจ
หากได้รับ SMS อีเมล หรือข้อความจากโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการจองหรือเงินคืน ควรเข้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทางการด้วยตัวเอง แทนการกดลิงก์ที่แนบมา - ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ทุกครั้ง
อย่าดูเพียงโลโก้หรือหน้าตาเว็บ เพราะเว็บไซต์ปลอมสามารถออกแบบให้เหมือนเว็บไซต์จริงได้ ควรตรวจสอบชื่อโดเมนและการสะกดให้ละเอียด - ระวังข้อเสนอที่ถูกผิดปกติ
หากราคาที่พักหรือโปรโมชั่นถูกกว่าปกติมาก ควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อถูกเร่งให้โอนเงินทันที - สอบถามโรงแรมโดยตรง
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจอง ควรติดต่อโรงแรมผ่านช่องทางทางการ เพื่อยืนยันว่ามีรายการจองอยู่จริง - อย่าเชื่อข้อความที่เร่งให้จ่ายเงินหรือเปิดเผยข้อมูล
การตั้งเวลานับถอยหลัง การขู่ว่าจะเสียสิทธิ หรือการบอกว่าต้องดำเนินการภายในเวลาไม่กี่นาที ล้วนเป็นสัญญาณที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง - ดาวน์โหลดแอปจากแหล่งที่เชื่อถือได้
หากมีการส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปเพื่อจองที่พัก รับเงินคืน หรือยืนยันตัวตน ควรตรวจสอบแหล่งที่มา และดาวน์โหลดผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ - ใช้เวลาเพิ่มอีกไม่กี่นาทีก่อนโอนเงิน
ก่อนกดชำระเงิน ให้ตรวจสอบชื่อผู้รับเงิน เว็บไซต์ ช่องทางการติดต่อ และรายละเอียดการจองอีกครั้ง หากมีจุดใดผิดปกติ ควรหยุดทำรายการก่อน
“รีบ” อาจทำให้เสียเงิน ระวังให้มากก่อนจองทริป
การป้องกันมิจฉาชีพไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ เพียงหยุดตรวจสอบข้อมูลก่อนคลิกลิงก์ ก่อนกรอกข้อมูล และก่อนโอนเงิน ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้
โดยเฉพาะช่วงที่มีโปรโมชั่นท่องเที่ยวหรือวันหยุดยาว นักเดินทางควรจำหลักง่าย ๆ ว่า อย่าให้ความรีบทำให้ข้ามขั้นตอนการตรวจสอบ
เพราะทริปที่วางแผนมานาน อาจกลายเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ได้ หากเผลอโอนเงินให้เว็บไซต์ปลอมหรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญให้กับมิจฉาชีพ
เช็กก่อนคลิก เช็กก่อนจอง และเช็กอีกครั้งก่อนโอนเงิน เพื่อให้ทริปในฝันไม่กลายเป็นฝันร้าย