บ่อวิน – ชลบุรี กลายเป็นประเด็นร้อนในพื้นที่ หลังมีการเผยแพร่ภาพป้ายประชาสัมพันธ์ภาษาจีนขนาดใหญ่ภายในโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์แห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จนเกิดกระแสตั้งคำถามในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเข้ามาของทุนต่างชาติและการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในพื้นที่
กระแสความกังวลดังกล่าวนำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบทั้งเรื่องการประกอบธุรกิจ การใช้พื้นที่ การจ้างแรงงาน และข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือหุ้นหรือนอมินี
ตรวจพื้นที่ 31 ไร่ เบื้องต้นยังไม่พบนอมินี
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 31 ไร่ โดยเป็นพื้นที่เช่าจากเจ้าของที่ดินชาวไทย ระยะเวลาเช่า 30 ปี
ด้านเจ้าของโครงการ นางสาวศิริพรรณ เกิดสมุทร ยืนยันว่าเป็นคนไทยและถือหุ้นในโครงการ 100% พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นนอมินีของกลุ่มทุนจีน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า จากเอกสารและข้อมูลที่ตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายหรือเข้าข่ายนอมินี
เจ้าหน้าที่ยังระบุด้วยว่า โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเป็นเพียง เฟสแรก และมีแผนพัฒนาต่อเนื่องอีกหลายระยะ โดยเปิดให้ผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเช่าพื้นที่เพื่อประกอบธุรกิจได้ตามกฎหมาย
พบแรงงานเมียนมาหลายสิบคนวิ่งหนีเข้าป่า
ระหว่างการตรวจพื้นที่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่พบแรงงานก่อสร้างชาวเมียนมาหลายสิบคนวิ่งหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ป่าด้านหลังโครงการ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบเอกสารของแรงงานกลุ่มดังกล่าวได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องแรงงานต่างด้าวยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำผิด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบร้านค้าในบริเวณใกล้เคียง โดยพบว่าร้านค้าของชาวจีนบางแห่งปิดให้บริการก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ ขณะที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งมีการใช้เมนูภาษาจีนและระบบสั่งอาหารผ่าน WeChat รวมถึงพบงูเห่าซึ่งระบุว่าเป็นหนึ่งในวัตถุดิบอาหารของร้าน แต่จากข้อมูลที่เผยแพร่ ยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายในเบื้องต้น
ป้ายจีนกลายเป็นต้นเหตุความเข้าใจผิด เจ้าของสั่งรื้อทันที
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทำให้โครงการถูกจับตามอง คือป้ายประชาสัมพันธ์ภาษาจีนขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าของโครงการยอมรับว่าอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจว่าโครงการเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีน
หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เจ้าของโครงการจึงมีคำสั่ง รื้อป้ายภาษาจีนออกทันที และเตรียมปรับรูปแบบป้ายใหม่ โดยจะใช้ ภาษาไทยเป็นหลัก ส่วนภาษาจีนหากมีการใช้งานจะมีขนาดเล็กกว่าเดิม เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่และลดความกังวลของประชาชน
เจ้าของโครงการระบุว่า พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงพร้อมแก้ไขหากพบข้อบกพร่อง โดยยืนยันว่าจะดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายและสามารถตรวจสอบได้
เปิดพื้นที่ให้คนไทยร่วมค้าขายและทำงาน
สำหรับเป้าหมายของโครงการ เจ้าของระบุว่าต้องการพัฒนาให้เป็นศูนย์รวมธุรกิจและร้านค้า โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเช่าพื้นที่ประกอบกิจการตามกฎหมาย
เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ ยังมีแผนเปิดรับแรงงานในพื้นที่เข้าทำงาน เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน
แม้ผลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดหรือนอมินี แต่หน่วยงานภาครัฐระบุว่าจะติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการถือครองกิจการ การใช้แรงงานต่างด้าว และการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที
สรุป: ดราม่าป้ายจีนกลางบ่อวินจึงไม่ได้จบเพียงเรื่องป้าย แต่กลายเป็นคำถามใหญ่เรื่องการลงทุนจากต่างชาติ การประกอบธุรกิจ และความรู้สึกของคนในชุมชน ขณะที่ข้อมูลจากการตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่าโครงการหลักอยู่บนพื้นที่ 31 ไร่ และ ยังไม่พบหลักฐานว่าเข้าข่ายนอมินี ส่วนเจ้าของโครงการเลือกตอบสนองต่อกระแสสังคมด้วยการรื้อป้ายภาษาจีนและเปลี่ยนมาใช้ภาษาไทยเป็นหลัก
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ และรายงานข่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง