แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) – เส้นทางสายดนตรีของ “เนเน่ รอยัล” หรือ รัตติกานต์ อำลอย นักร้องและมือกีตาร์สาวชาวไทยวัย 16 ปี เดินหน้าอย่างรวดเร็ว หลังเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ America’s Got Talent ซีซัน 21 ล่าสุดเธอเตรียมขึ้นเวทีในฐานะศิลปินเปิดให้กับ Avenged Sevenfold วงเฮฟวีเมทัลชื่อดังจากสหรัฐฯ ที่สิงคโปร์ในวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่าเป็นทางวงเองที่ต้องการให้เธอมาร่วมแสดง
เว็บไซต์ Guitar.com รายงานเมื่อวันที่ 30 กันยายนว่า เนเน่เล่าถึงโอกาสสำคัญครั้งใหม่ระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า ผู้จัดคอนเสิร์ตในสิงคโปร์เป็นฝ่ายติดต่อมาถามว่าเธอสนใจร่วมแสดงกับ Avenged Sevenfold หรือไม่ ก่อนที่เธอจะทราบภายหลังว่าแท้จริงแล้วทางวงเป็นผู้เลือกเธอเองสำหรับตำแหน่งศิลปินเปิดเวที
“ผู้จัดการที่สิงคโปร์ส่งข้อความมาว่า ได้ยินว่าฉันอยากเล่นกับ Avenged Sevenfold พวกเขาบอกว่า Avenged Sevenfold ต้องการให้ฉันเป็นศิลปินเปิด”
เนเน่กล่าวว่า เธอทั้งตื่นเต้นและประหม่า เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอทำหน้าที่ศิลปินเปิดให้กับ Avenged Sevenfold และคาดว่าจะต้องแสดงต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก โดยเธอพูดถึงตัวเลขประมาณ 40,000 คนในการให้สัมภาษณ์กับ Guitar.com
สำหรับเนเน่ โอกาสครั้งนี้มีความหมายมากเป็นพิเศษ เพราะ Avenged Sevenfold เป็นหนึ่งในวงดนตรีที่มีอิทธิพลต่อแนวทางการเล่นดนตรีของเธอ
จากเด็กเล่นกีตาร์ที่ภูเก็ต สู่เวทีระดับโลก
ชื่อของเนเน่ รอยัล เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการแข่งขัน America’s Got Talent ซีซัน 21 เธอสร้างความประทับใจตั้งแต่รอบออดิชั่นด้วยการเล่นกีตาร์และร้องเพลง “Zombie” ของ The Cranberries ก่อนจะเดินหน้าด้วยเพลงร็อกอีกหลายเพลง เช่น “Black Hole Sun” ของ Soundgarden, “Seven Nation Army” ของ The White Stripes และ “Hysteria” ของ Muse**
ในรอบสุดท้าย เธอยังได้ร่วมแสดงกับ Linkin Park ในเพลง “The Emptiness Machine” โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่าเดิมเข้าใจว่าจะต้องซ้อมและแสดงเพลงเพียงลำพัง ก่อนที่สมาชิกของ Linkin Park จะปรากฏตัวระหว่างการซ้อม ทำให้เธอแทบไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง
ก่อนก้าวสู่เวทีโทรทัศน์ระดับโลก เนเน่เคยเล่นกีตาร์เปิดหมวกในตลาดกลางคืนที่จังหวัดภูเก็ตตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเริ่มเรียนกีตาร์เมื่ออายุประมาณ 7 ปี และการแสดงเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่นำเธอมาสู่การเป็นนักดนตรีเต็มตัว
หลังคว้าแชมป์ America’s Got Talent เธอได้รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ และกลายเป็นผู้ชนะชาวไทยคนแรกของรายการ
รู้จัก Avenged Sevenfold วงเฮฟวีเมทัลจากแคลิฟอร์เนีย
Avenged Sevenfold หรือ A7X ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 ที่เมืองฮันติงตันบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย โดย M. Shadows (Matt Sanders), Zacky Vengeance (Zachary Baker) และ The Rev (James “The Rev” Sullivan) ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นนักเรียนมัธยม ทั้งสามต้องการสร้างวงดนตรีที่ผสมผสานอิทธิพลจากพังก์ เมทัล และฮาร์ดคอร์เข้าด้วยกัน ก่อนที่ Synyster Gates จะเข้ามาเสริมทัพในตำแหน่งกีตาร์
วงออกอัลบั้มเต็มชุดแรก Sounding the Seventh Trumpet ในปี 2001 และค่อย ๆ พัฒนาซาวด์จากเมทัลคอร์ไปสู่ดนตรีที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งเฮฟวีเมทัล ฮาร์ดร็อก โปรเกรสซีฟ และเพลงที่มีโครงสร้างซับซ้อน
ชื่อของ Avenged Sevenfold เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากอัลบั้ม City of Evil ในปี 2005 โดยเฉพาะเพลง “Bat Country” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ช่วยให้วงก้าวขึ้นสู่กระแสหลักของวงการร็อกอเมริกัน
เพลงดังที่สร้างชื่อให้ A7X
ตลอดเส้นทางกว่า 2 ทศวรรษ Avenged Sevenfold มีเพลงที่กลายเป็นเพลงสำคัญของวงการร็อกและเมทัลหลายเพลง อาทิ
- Bat Country – เพลงจาก City of Evil ที่ช่วยผลักดันวงเข้าสู่กระแสหลัก
- Afterlife – หนึ่งในเพลงที่แฟนเพลงจดจำจากอัลบั้ม Avenged Sevenfold
- A Little Piece of Heaven – เพลงที่โดดเด่นด้วยการเรียบเรียงที่แตกต่างจากเพลงเมทัลทั่วไป
- Nightmare – เพลงไตเติลจากอัลบั้ม Nightmare ซึ่งกลายเป็นเพลงสำคัญของวง
- Hail to the King – เพลงจากอัลบั้มชื่อเดียวกันที่มีซาวด์เฮฟวีเมทัลแบบคลาสสิก
- Shepherd of Fire – อีกหนึ่งเพลงเด่นจาก Hail to the King
- The Stage – เพลงไตเติลจากอัลบั้มปี 2016 ที่แสดงให้เห็นการขยับเข้าสู่แนวทางโปรเกรสซีฟมากขึ้น
อัลบั้ม Nightmare ในปี 2010 และ Hail to the King ในปี 2013 ต่างเปิดตัวที่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ของสหรัฐฯ และเว็บไซต์ของสถานที่จัดคอนเสิร์ตในสิงคโปร์ระบุว่าวงมียอดขายอัลบั้มหลายล้านชุด รวมถึงมียอดรับชมวิดีโอและสตรีมเพลงรวมกันมากกว่าหนึ่งพันล้านครั้ง
อีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนการทดลองทางดนตรีของวงคือ The Stage ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy สาขา Best Rock Song ในปี 2018 โดย Grammy ระบุว่าเพลงดังกล่าวเป็นผลงานที่มีโครงสร้างยาวและมีความเป็นโปรเกรสซีฟสูง เมื่อเทียบกับงานก่อนหน้าของวง
อัลบั้มสตูดิโอล่าสุดของวงคือ Life Is But a Dream… ที่ออกในปี 2023 ขณะที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของวงยังระบุผลงาน “Magic” ในปี 2025 ไว้ในแคตตาล็อกเพลงของวงด้วย
การสูญเสีย The Rev และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Brooks Wackerman
หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Avenged Sevenfold เกิดขึ้นเมื่อ The Rev มือกลองผู้ร่วมก่อตั้งวงเสียชีวิตในปี 2009 ก่อนการออกอัลบั้ม Nightmare
หลังจากนั้นวงเดินหน้าต่อ โดยมี Brooks Wackerman เข้ามารับตำแหน่งมือกลองในเวลาต่อมา ก่อนประกาศเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการในปี 2015
ปัจจุบันสมาชิกหลักของ Avenged Sevenfold ประกอบด้วย M. Shadows – ร้องนำ, Synyster Gates – กีตาร์นำ, Zacky Vengeance – กีตาร์, Johnny Christ – เบส และ Brooks Wackerman – กลอง
A7X กลับเอเชียในรอบกว่า 11 ปี
คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Avenged Sevenfold Asia Tour 2026 ซึ่งถือเป็นการกลับมาเล่นในเอเชียอีกครั้งหลังห่างหายไปมากกว่าหนึ่งทศวรรษ โดยโปรแกรมทัวร์ครอบคลุมหลายเมืองในภูมิภาค รวมถึงกัวลาลัมเปอร์ โตเกียว กรุงเทพฯ จาการ์ตา และสิงคโปร์
สำหรับสิงคโปร์ วงจะขึ้นแสดงที่ Singapore Indoor Stadium ในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยเป็นการกลับมาแสดงที่ประเทศสิงคโปร์เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี
ข้อมูลจากผู้จัดระบุว่า ประตูเปิดเวลา 18.30 น. และการแสดงเริ่มเวลา 20.00 น. ราคาบัตรอยู่ในช่วง 128-258 ดอลลาร์สิงคโปร์ ตามประเภทที่นั่ง/พื้นที่ยืน โดยมี Standing Pen A และ B ราคา 228 และ 198 ดอลลาร์สิงคโปร์ตามลำดับ ส่วนบัตรที่นั่งแบ่งเป็น CAT 1 ถึง CAT 6 ตามผังและตำแหน่ง
งานจัดโดย Midas Promotions และช่องทางจำหน่ายบัตรที่ระบุไว้คือ BookMyShow Singapore โดยผู้จัดและสถานที่จัดงานเตือนให้ซื้อบัตรผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ เนื่องจากบัตรที่นำไปขายต่ออาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสถานที่
นอกจากนี้ ผู้เข้าชมที่อายุต่ำกว่า 16 ปีไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ยืนได้ และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมงาน ขณะที่ผู้จัดยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพ อุปกรณ์ถ่ายวิดีโอ และการไลฟ์สดจากภายในงาน
จากเวที AGT สู่เวที A7X
สำหรับเนเน่ รอยัล การขึ้นเวที Singapore Indoor Stadium ในวันที่ 13 ตุลาคมจึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่เกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังการคว้าแชมป์ America’s Got Talent
จากเด็กสาวที่เริ่มต้นด้วยการเล่นกีตาร์ในภูเก็ต สู่เวทีโทรทัศน์ระดับโลก การได้ร่วมแสดงกับ Linkin Park และล่าสุดการได้รับเลือกให้เปิดคอนเสิร์ตของ Avenged Sevenfold ทำให้เส้นทางอาชีพของเนเน่กำลังเชื่อมต่อกับศิลปินระดับแนวหน้าของวงการร็อกอย่างต่อเนื่อง
และสำหรับเวทีสิงคโปร์ครั้งนี้ ความพิเศษไม่ได้อยู่เพียงการที่เนเน่จะได้แสดงต่อหน้าแฟนเพลงของ A7X เท่านั้น แต่ยังเป็นการได้ขึ้นเวทีเดียวกับวงที่เธอระบุว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจทางดนตรีของตัวเอง ขณะที่ Avenged Sevenfold กำลังกลับมาพบแฟนเพลงในเอเชียอีกครั้ง หลังจากรอคอยมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ
