ในขณะที่โลกกำลังจับตาการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างมหาอำนาจเศรษฐกิจ อีกหนึ่งสมรภูมิที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ คือการแข่งขันพัฒนา “หุ่นยนต์มนุษย์” หรือ Humanoid Robot ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจกลายเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่สำคัญไม่แพ้ชิปเซมิคอนดักเตอร์หรือรถยนต์ไฟฟ้าในทศวรรษหน้า

รายงานจากหลายสำนักวิจัยคาดการณ์ว่าตลาดหุ่นยนต์มนุษย์ทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 จากปัจจุบันที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการใช้งานเชิงพาณิชย์ สะท้อนให้เห็นว่าหุ่นยนต์กำลังก้าวจากบทบาทในภาพยนตร์ไซไฟเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริงอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเทศที่กำลังขึ้นเป็นผู้นำไม่ได้มีเพียงสหรัฐอเมริกาซึ่งครองความได้เปรียบด้าน AI แต่คือ “จีน” ที่กำลังใช้จุดแข็งด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเร่งพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์จำนวนมากเข้าสู่ภาคการผลิต โรงงาน และคลังสินค้า

ปัจจุบันบริษัทจีนหลายแห่งเริ่มส่งหุ่นยนต์เข้าไปทดลองปฏิบัติงานจริง ตั้งแต่งานขนย้ายสินค้า การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงงานประกอบชิ้นส่วนในโรงงานอุตสาหกรรม แม้จะยังไม่สามารถทดแทนแรงงานมนุษย์ได้ทั้งหมด แต่แนวโน้มดังกล่าวกำลังสะท้อนภาพของ “แรงงานรูปแบบใหม่” ที่ไม่ต้องหยุดพัก ไม่ต้องลาพักร้อน และสามารถทำงานต่อเนื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยี หากแต่เป็นการแข่งขันเพื่อครอบครอง “แรงงานแห่งอนาคต”

หลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาประชากรสูงวัยและแรงงานวัยทำงานลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และหลายประเทศในยุโรป ทำให้ภาคอุตสาหกรรมเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการรักษากำลังการผลิต ขณะที่หุ่นยนต์มนุษย์กำลังถูกมองว่าเป็นคำตอบสำคัญของโจทย์ดังกล่าว

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งเปรียบเทียบสถานการณ์ในปัจจุบันกับช่วงเริ่มต้นของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งในเวลานั้นหลายฝ่ายยังมองว่าเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่ในเวลาต่อมากลับกลายเป็นอุตสาหกรรมระดับโลกที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

หากจีนสามารถลดต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์มนุษย์ได้สำเร็จ ประเทศต่าง ๆ อาจเผชิญทางเลือกใหม่ นั่นคือการนำเข้าหุ่นยนต์เพื่อเติมเต็มแรงงานที่ขาดแคลน แทนการพึ่งพาแรงงานข้ามชาติหรือการจ้างงานแบบดั้งเดิม

สำหรับประเทศไทย แม้การใช้หุ่นยนต์มนุษย์ในวงกว้างอาจยังไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากต้นทุนแรงงานยังอยู่ในระดับแข่งขันได้ แต่การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลกกำลังส่งสัญญาณสำคัญว่า อนาคตของการแข่งขันทางเศรษฐกิจอาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนแรงงานอีกต่อไป หากแต่วัดกันที่ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมศักยภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *