ที่วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ในวันนี้ (18 กรกฎาคม 2569) คณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมพิธีถวายน้ำสรงศพ พระเดชพระคุณ พระอาจารย์ทิวา อาภากโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ซึ่งได้ละสังขาร ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.15 น. สิริอายุ 93 ปี โดยพิธีจัดขึ้นระหว่างเวลา 10.00-16.00 น. ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร
พระอาจารย์ทิวา อาภากโร นับเป็นพระเถระผู้มีบทบาทสำคัญในวงการพระพุทธศาสนา ทั้งด้านการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน การอบรมสั่งสอนพระภิกษุและฆราวาส ตลอดจนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ โดยเฉพาะในทวีปยุโรป จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
พระอาจารย์ทิวา อาภากโร มีนามเดิมว่า เรือตรีทิวา เลี้ยวกลับถิ่น เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2476 ณ ตำบลบางแวก อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี (ในขณะนั้น) เป็นบุตรของเรือโททองอยู่ และนางประนอม เลี้ยวกลับถิ่น สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ก่อนศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมนายเรือ รุ่นที่ 14 และเข้ารับราชการในกองทัพเรือ โดยดำรงตำแหน่งต้นปืนประจำเรือหลวงจันทบุรี
จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2501 เมื่อท่านตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ณ วัดปทุมวนาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาว่า “อาภากโร” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้กระทำแสงสว่าง” หลังอุปสมบทไม่นาน ท่านได้ลาออกจากราชการทหาร เพื่ออุทิศชีวิตในสมณเพศและการปฏิบัติธรรมอย่างเต็มกำลัง
หลังอุปสมบท พระอาจารย์ทิวาได้เดินตามแนวทางพระกรรมฐานสายพระป่า โดยขออนุญาตพระราชมุนี (โฮม โสภโณ) วัดปทุมวนาราม เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดเขาไทรสายัณห์ จังหวัดนครราชสีมา และได้ศึกษาปฏิบัติธรรมกับ หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย (พระวิสุทธิญาณเถร) อย่างใกล้ชิด การปฏิบัติธรรมในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้ท่านเกิดความศรัทธาและความมุ่งมั่นที่จะดำเนินชีวิตในเพศบรรพชิตอย่างแท้จริง จึงตัดสินใจลาออกจากราชการทหารและติดตามหลวงปู่สมชายออกธุดงค์เป็นเวลาหลายปี เพื่อฝึกฝนตนเองตามแนวทางพระกรรมฐาน
ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 พระอาจารย์ทิวาได้นิมนต์ หลวงปู่หลุย จันทสาโร พระอริยสงฆ์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาพำนักรักษาอาการอาพาธและจำพรรษาที่สวนปทุมภาวนา จังหวัดปทุมธานี โดยท่านได้อุปัฏฐากรับใช้หลวงปู่หลุยอย่างใกล้ชิด พร้อมศึกษาหลักธรรมและแนวทางวิปัสสนากรรมฐาน จนซึมซับข้อวัตรปฏิบัติของพระกรรมฐานสายพระป่า ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญในการเผยแผ่ธรรมะของท่านตลอดชีวิต
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน พระอาจารย์ทิวาได้เริ่มสอนธรรมะภาคปฏิบัติอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 โดยเน้นหลัก อานาปานสติฝ่ายวิปัสสนายานิก มีพระภิกษุ สามเณร และฆราวาสทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ารับการอบรมเป็นจำนวนมาก ด้วยแนวทางการสอนที่เรียบง่าย ยึดมั่นพระธรรมวินัย และมุ่งเน้นการเจริญสติให้เกิดขึ้นจากการปฏิบัติจริง
นอกจากงานด้านการปฏิบัติธรรมแล้ว พระอาจารย์ทิวายังได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ให้รับผิดชอบภารกิจสำคัญหลายประการ อาทิ การเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการดำเนินงานพระราชทานเพลิงศพของ หลวงปู่หลุย จันทสาโร เมื่อปี พ.ศ. 2533 และการเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการดำเนินการจัดงานพระราชทานเพลิงศพของ หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต เมื่อปี พ.ศ. 2562 ซึ่งล้วนเป็นภารกิจสำคัญของคณะสงฆ์ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน
ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ พระอาจารย์ทิวาได้รับแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูตครั้งแรกในปี พ.ศ. 2524 เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ประเทศออสเตรเลีย ตามพระดำริของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ต่อมาในปี พ.ศ. 2534 ท่านได้เป็นพระธรรมทูตฝ่ายธรรมยุติรูปแรกที่เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศเยอรมนี พร้อมริเริ่มก่อตั้ง วัดพุทธเบญจพล เมือง Langenselbold แคว้น Hessen ซึ่งถือเป็นวัดไทยแห่งแรกในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและชาวพุทธในยุโรป
ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 ท่านได้ย้ายศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยัง วัดหลวงพ่อใส เมือง Biebergemünd ประเทศเยอรมนี และใช้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระธรรมคำสอน อบรมวิปัสสนากรรมฐาน และประกอบศาสนกิจแก่พุทธศาสนิกชนในหลายประเทศของยุโรปอย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลากว่า 68 ปีแห่งสมณเพศ พระอาจารย์ทิวา อาภากโร ได้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง ทั้งการศึกษาปฏิบัติธรรม การอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ การสืบทอดปฏิปทาพระกรรมฐานสายพระป่า และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติ ผลงานและคุณูปการของท่านมีส่วนสำคัญในการธำรงและขยายพระพุทธศาสนาเถรวาทให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ พร้อมทั้งสืบทอดแนวทางพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ให้คงอยู่สืบไป