Nene Royal กับวันที่เด็กวัย 16 ได้เข้าไปอยู่ในเพลงของ Linkin Park

ภาพของเด็กสาววัย 16 ปีจากประเทศไทยที่ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับ Linkin Park อาจเป็นหนึ่งในภาพที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจาก America’s Got Talent ซีซัน 21

แต่หากมองให้ละเอียดกว่าคำว่า “Nene Royal ได้ขึ้นเวทีกับ Linkin Park” สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เธอไม่ได้ถูกวางไว้เพียงในฐานะแขกรับเชิญ แต่ถูกวางให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเพลง

ในการแสดงรอบ Finale Results Show เมื่อวันที่ 23 กันยายน ตามเวลาสหรัฐฯ Nene Royal หรือ รัตติกานต์ “แพรว” อำลอย ขึ้นเวทีร่วมกับ Linkin Park ในเพลง “The Emptiness Machine” ซิงเกิลจากอัลบั้ม From Zero ของวงที่ออกในปี 2024

Nene รับท่อนเปิดของเพลง ก่อนที่ Emily Armstrong จะเข้ามาร้องในพาร์ตของตัวเอง ทั้งสองมีช่วงที่ร้องประสานกัน ขณะที่ Nene ยังคงเล่นกีตาร์ร่วมกับวงตลอดการแสดง

และรายละเอียดเล็ก ๆ ตรงนี้เองที่ทำให้โชว์ดังกล่าวมีความหมายมากกว่าการเป็น “เซอร์ไพรส์จากรายการ”

เพราะสำหรับคนที่รู้จักเพลงต้นฉบับ เสียงเปิดใน “The Emptiness Machine” เวอร์ชันที่คุ้นเคยคือเสียงของ Mike Shinoda ก่อนที่ Emily Armstrong จะเข้ามารับช่วงต่อ

แต่บนเวที America’s Got Talent เสียงแรกในพาร์ตนั้นกลับกลายเป็นเสียงของ Nene

Mike ยังคงอยู่บนเวที เล่นดนตรีไปพร้อมกับวง ขณะที่ Nene เป็นคนรับพื้นที่เสียงในช่วงเปิดเพลง

นี่จึงไม่ใช่ภาพของเด็กคนหนึ่งที่ขึ้นไปร้อง “แทน” สมาชิกของวง

แต่เป็นภาพของนักดนตรีอีกคนที่ถูกเปิดพื้นที่ให้เข้ามาอยู่ในเพลงเดียวกัน


ไม่ใช่การเปรียบเทียบ Nene กับ Emily แต่คือการฟังสองเสียงที่อยู่ในเพลงเดียวกัน

สิ่งที่น่าสนใจของการแสดงครั้งนี้อาจไม่ใช่คำถามว่า Nene ร้องได้ดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับ Emily Armstrong

เพราะทั้งสองคนไม่ได้มีเสียงเหมือนกัน และโชว์ก็ไม่ได้พยายามทำให้เป็นเช่นนั้น

Emily มีน้ำหนักเสียงที่หนาและมีความดิบแบบร็อกที่ชัดเจน ขณะที่เสียงของ Nene มีความคมและมีบุคลิกของตัวเอง เมื่อทั้งสองสลับกันร้อง ความแตกต่างจึงกลายเป็นองค์ประกอบของเพลง

บางช่วงเป็นเสียงของ Nene
บางช่วงเป็นเสียงของ Emily
และบางช่วงเป็นเสียงของทั้งสองคนที่อยู่ด้วยกัน

ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครต้อง “ชนะ” อีกคน แต่เป็นการได้ยินว่า สองเสียงที่มีบุคลิกต่างกันสามารถอยู่ในเพลงเดียวกันได้อย่างไร

ขณะเดียวกัน Nene ก็ไม่ได้มีบทบาทเฉพาะในฐานะนักร้อง

เธอยังถือกีตาร์และเล่นไปกับวงตลอดการแสดง ทำให้เธอไม่ได้ยืนอยู่บนเวทีในฐานะนักร้องรับเชิญเพียงอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่ในฐานะนักดนตรีที่ต้องเข้าไปอยู่ใน arrangement เดียวกับวง

สื่อสายดนตรีอย่าง Guitar World ก็ให้ความสำคัญกับรายละเอียดนี้ โดยระบุว่า Nene รับท่อนนำและแชร์เสียงร้องกับ Armstrong ขณะที่ยังคงเล่นกีตาร์ตัวเดิมของเธอระหว่างการแสดง

ดังนั้น หากตัดเรื่องการแข่งขันออกไปชั่วขณะ ภาพที่เกิดขึ้นบนเวทีจึงค่อนข้างเรียบง่าย

Nene ร้อง
Nene เล่นกีตาร์
Emily ร้อง
Mike และสมาชิก Linkin Park เล่นดนตรี

แล้วทั้งหมดก็กลายเป็นเพลงเดียวกัน


Mike Shinoda และพื้นที่ที่เปิดให้เสียงใหม่

หลังเพลงจบ Mike Shinoda กล่าวถึง Nene สั้น ๆ ว่า

“Incredible, incredible.”

ขณะที่ Emily Armstrong กล่าวให้กำลังใจเธอว่า

“Good luck, we’re all rooting for you for sure.”

คำพูดเหล่านี้อาจฟังดูเป็นเพียงคำชมหลังการแสดง แต่เมื่อมองย้อนกลับไปที่โครงสร้างของโชว์ ภาพที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นทำให้มันมีน้ำหนักมากขึ้น

Mike ไม่ได้พยายามดึงเพลงกลับไปเป็นเวอร์ชันเดิม

Nene ได้เปิดเพลงในพาร์ตที่แฟน Linkin Park คุ้นเคยว่าเป็นพื้นที่เสียงของ Mike ขณะที่เจ้าของเสียงเดิมยังคงอยู่บนเวทีและเล่นดนตรีไปพร้อมกัน

นี่ทำให้การแสดงไม่ได้สื่อสารว่า “เด็กคนหนึ่งสามารถแทนที่สมาชิกของวงได้”

แต่สื่อสารในอีกแบบว่า

เพลงหนึ่งเพลงสามารถเปิดพื้นที่ให้เสียงใหม่เข้ามาอยู่ร่วมกับเสียงเดิมได้

และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพของ Nene บนเวทีครั้งนี้น่าสนใจกว่าคำว่า “ได้ร้องกับวงระดับโลก”


จาก “Zombie” ถึง “Black Hole Sun” เส้นทางของเด็กที่เลือกเพลงร็อกมาตลอด

การมาถึงเวที Linkin Park ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

ตั้งแต่รอบ Audition Nene เลือก “Zombie” ของ The Cranberries ก่อนจะเลือก “Hysteria” ของ Muse และมาถึง “Black Hole Sun” ของ Soundgarden ในรอบ Live Quarterfinals ซึ่งทำให้ Mel B กด Live Golden Buzzer ส่งเธอเข้าสู่รอบชิงโดยตรง

โดยเฉพาะ “Black Hole Sun” เป็นจุดสำคัญของเส้นทาง Nene ในรายการ

เพลงของ Chris Cornell ที่ออกมาตั้งแต่ปี 1994 กลับถูกหยิบขึ้นมาอยู่กลางเวทีโทรทัศน์ระดับโลกอีกครั้ง ผ่านเสียงของนักดนตรีวัย 16 ปีจากภูเก็ต

การแสดงครั้งนั้นไม่ได้เพียงทำให้ Nene ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย แต่ยังทำให้ชื่อของ Chris Cornell และ Soundgarden กลับเข้ามาอยู่ในบทสนทนาของผู้ชมรุ่นใหม่อีกครั้ง โดย Vicky Cornell ภรรยาของ Chris Cornell ก็ออกมากล่าวชื่นชมการแสดงของ Nene ด้วย

นี่จึงทำให้เส้นทางของ Nene ใน America’s Got Talent มีอีกชั้นหนึ่งที่น่าสนใจ

เธอไม่ได้เลือกเพลงร็อกเพียงเพื่อแสดงพลังเสียง

แต่กำลังหยิบเพลงจากคนละยุค คนละวง และคนละรากของดนตรีร็อก มาทำให้เพลงเหล่านั้นกลับมาอยู่ในสายตาของผู้ชมอีกครั้ง


และเมื่อ “Black Hole Sun” มาถึง “The Emptiness Machine” ชื่อของ Chester ก็ยากจะไม่ถูกนึกถึง

สำหรับแฟน Linkin Park ที่เติบโตมากับเสียงของ Chester Bennington ภาพของ Emily Armstrong ที่กำลังร้องเพลงอยู่ข้าง Nene อาจมีความรู้สึกซ้อนอยู่มากกว่าหนึ่งชั้น

Linkin Park เดินเข้าสู่บทใหม่หลังการเสียชีวิตของ Chester ในปี 2017 โดยมี Emily Armstrong เข้ามาเป็นนักร้องนำร่วมกับยุคใหม่ของวง และ “The Emptiness Machine” เป็นหนึ่งในเพลงที่เปิดตัวบทดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ดังนั้น เมื่อเด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งนำ “Black Hole Sun” ของ Chris Cornell ขึ้นเวทีระดับโลกในช่วงก่อนหน้านี้ กลับมายืนอยู่ข้าง Linkin Park และร้อง “The Emptiness Machine” กับ Emily Armstrong ภาพนั้นจึงเชื่อมโยงชื่อของศิลปินสองรุ่นเข้าหากันโดยไม่จำเป็นต้องพยายาม

Chris Cornell
Chester Bennington
Linkin Park
Emily Armstrong
และ Nene Royal

ศิลปินแต่ละคนไม่ได้อยู่ในยุคเดียวกันทั้งหมด และไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางดนตรีในรูปแบบเดียวกัน แต่เพลงทำให้เรื่องราวของพวกเขามาบรรจบกันได้


จากเสียงของคนรุ่นก่อน สู่เสียงของคนรุ่นใหม่

ความสูญเสียของ Chris Cornell และ Chester Bennington ในปี 2017 เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทิ้งร่องรอยสำคัญไว้ในวงการร็อก ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ใกล้ชิดกัน และการจากไปของทั้งคู่ในปีเดียวกันกลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของแฟนเพลงทั่วโลก

แต่สิ่งหนึ่งที่ดนตรีทำได้คือการทำให้เสียงของคนที่จากไปแล้วเดินทางต่อ

“Black Hole Sun” ยังถูกนำกลับมาร้อง
เพลงของ Linkin Park ยังถูกเล่น
เสียงของ Chester ยังคงอยู่ในเพลงที่แฟนเพลงฟัง
และตอนนี้เสียงของเด็กวัย 16 ปีจากประเทศไทยกำลังเข้ามาเป็นอีกหนึ่งเสียงในเรื่องราวนั้น

Nene ไม่ได้พยายามเป็น Chris Cornell

เธอไม่ได้พยายามเป็น Chester Bennington

และบนเวที Linkin Park เธอก็ไม่ได้พยายามเป็น Mike Shinoda หรือ Emily Armstrong

เธอเป็น Nene

นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมภาพดังกล่าวถึงน่าจดจำ

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การส่งไม้ต่อแบบที่คนหนึ่งต้องหายไปเพื่อให้คนใหม่เข้ามาแทนที่

แต่เป็นการที่เสียงหลายยุคสามารถอยู่ในเพลงเดียวกันได้


“Dreams can come true if our hearts fight.”

ก่อนขึ้นเวทีกับ Linkin Park Nene โพสต์ภาพของตัวเองและครอบครัวร่วมเฟรมกับสมาชิกวง พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า

“Dreams can come true if our hearts fight.”

หรือ “ความฝันเป็นจริงได้ ถ้าหัวใจเรายังสู้”

ข้อความนั้นถูกเผยแพร่ก่อนการแสดง และกลายเป็นอีกหนึ่งภาพที่แฟน ๆ จับตามอง

หลังจากได้เห็นการแสดงจริง ประโยคดังกล่าวจึงมีความหมายขึ้นมาอีกแบบ

เพราะความฝันของเด็กคนหนึ่งอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่การได้เจอศิลปินที่ชื่นชอบ

แต่มันกลายเป็นการยืนอยู่บนเวทีเดียวกัน
ถือกีตาร์ของตัวเอง
ร้องเพลงของวงที่ตัวเองฟัง
และได้ยินเสียงของสมาชิกวงพูดกับเธอหลังเพลงจบว่า

“Incredible, incredible.”


ไม่กี่นาทีที่ทำให้การแข่งขันหายไป เหลือเพียงนักดนตรีที่กำลังเล่นเพลงด้วยกัน

ในที่สุด Nene ก็กลายเป็นผู้ชนะ America’s Got Talent ซีซัน 21 จากการโหวตของผู้ชม และสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ชนะชาวไทยคนแรกของรายการ พร้อมรางวัลมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่หากถามว่าอะไรคือภาพที่น่าจะอยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงไปอีกนาน ภาพนั้นอาจไม่ใช่ตอนที่ชื่อ Nene Royal ถูกประกาศเป็นผู้ชนะ

แต่อาจเป็นช่วงไม่กี่นาทีบนเวที

เด็กสาววัย 16 ปีกับกีตาร์ของเธอ
Emily Armstrong ที่เดินเข้ามารับช่วงร้อง
Mike Shinoda ที่อยู่กับวง
และสมาชิก Linkin Park ที่เล่นเพลงเดียวกันอยู่ข้าง ๆ

ไม่มีใครกำลังพิสูจน์ว่าใครแทนใครได้

ไม่มีใครจำเป็นต้องร้องให้เหมือนใคร

ทุกคนเพียงกำลังเล่นเพลงเดียวกัน

และในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น เด็กคนหนึ่งที่เคยฟัง Linkin Park อยู่ใน playlist ของตัวเอง กลับได้เข้าไปอยู่ในเพลงของพวกเขาจริง ๆ

บางทีความหมายของคำว่า “ความฝันเป็นจริง” อาจไม่ได้อยู่ที่การได้ถ้วยรางวัลในท้ายที่สุด

แต่อยู่ในวินาทีที่เราหันกลับไปมองตัวเองบนเวที แล้วพบว่า

ศิลปินที่เราเคยฟังอยู่ในหูฟัง กำลังยืนเล่นเพลงอยู่ข้างเรา

สำหรับ Nene Royal นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวที America’s Got Talent

และสำหรับคนที่เติบโตมากับเสียงของ Chris Cornell และ Chester Bennington

มันอาจเป็นภาพที่ทำให้เรานึกถึงคนสองคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว

ไม่ใช่เพราะเรารู้ว่าพวกเขาจะคิดหรือรู้สึกอย่างไรกับเด็กคนนี้

แต่เพราะเสียงของพวกเขายังคงอยู่ในเพลง

และเพลงเหล่านั้นกำลังเดินทางต่อไป

ผ่านศิลปินรุ่นใหม่คนหนึ่งจากประเทศไทย

Rest in peace, Chester.

Rest in peace, Chris.

และขอบคุณที่ทิ้งเพลงเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้หยิบขึ้นมาเล่นอีกครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *