ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้การต้อนรับนายสีสะหวาด อินพะจัน เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะหลังเข้ารับตำแหน่ง พร้อมหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยและ สปป.ลาว ในด้านการศึกษา การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ห้องรับรอง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับนายสีสะหวาด อินพะจัน และคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับ สปป.ลาว
นายสีสะหวาดกล่าวว่า การเดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเข้าร่วมการปฐมนิเทศนักศึกษาชาวลาวที่กำลังศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้กับมหาวิทยาลัยใน สปป.ลาว 4 แห่ง ปัจจุบันมีนักศึกษาชาวลาวศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกรวม 29 คน
เอกอัครราชทูต สปป.ลาว กล่าวว่า ไทยและลาวมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และพร้อมสานต่อความร่วมมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศ ระบบรถไฟ และการเชื่อมโยงเส้นทางสู่ทะเล ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการค้า การลงทุน และการขนส่งสินค้าในภูมิภาค
ด้านนายรัฐพลกล่าวว่า เชียงใหม่และพื้นที่ภาคเหนือของ สปป.ลาว มีลักษณะภูมิประเทศและวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน จึงมีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอวัดสำคัญ 7 แห่ง พร้อมกำแพงเมืองเชียงใหม่ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยคณะผู้ประเมินจาก ICOMOS มีกำหนดลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม 2569 และคาดว่าจะมีการพิจารณาผลในเดือนมิถุนายน 2570 พร้อมทั้งเปิดเผยว่า จังหวัดมีแผนขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวในอนาคต
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้นำเสนอแนวทางป้องกันอุทกภัย ทั้งการปรับปรุงฝายและประตูระบายน้ำ การขุดลอกแม่น้ำปิง รวมถึงการเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับความเสี่ยงจากภัยแล้งในปีหน้า
การหารือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการสานต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและ สปป.ลาว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และสร้างประโยชน์ร่วมกันในระดับภูมิภาคต่อไป