กระแสการเข้าสู่สังคมสูงวัยทั่วโลกกำลังกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า ส่งผลให้ธุรกิจด้านสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical & Wellness Tourism) เติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางโอกาสดังกล่าว บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ได้ประกาศลงทุนครั้งใหญ่กว่า 29,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการด้านสุขภาพและเวลเนสครบวงจรในกรุงเทพมหานคร หวังยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness Hub และ Medical Tourism ของเอเชีย
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับยุทธศาสตร์ของผู้ประกอบการด้านสุขภาพจากเดิมที่มุ่งเน้นการรักษาพยาบาล ไปสู่การสร้างระบบนิเวศสุขภาพ (Wellness Ecosystem) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย ตลอดจนการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ปัจจุบันหลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน รวมถึงหลายประเทศในยุโรป ขณะที่ประเทศไทยเองกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ ส่งผลให้ความต้องการบริการสุขภาพเชิงป้องกันและการดูแลระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์มองว่า “Silver Economy” หรือเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ จะกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดของโลกในอีกหลายปีข้างหน้า ครอบคลุมตั้งแต่บริการทางการแพทย์ เวลเนส โภชนาการ เทคโนโลยีสุขภาพ ไปจนถึงที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มเร่งลงทุนเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจดังกล่าว
สำหรับประเทศไทย จุดแข็งสำคัญอยู่ที่มาตรฐานการรักษาพยาบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล บุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ รวมถึงต้นทุนการรักษาที่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ทำให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากทั่วโลก
การลงทุนของ BDMS ในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการขยายธุรกิจด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ที่เชื่อมโยงระหว่างการแพทย์ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และบริการด้านคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมองว่า หากประเทศไทยสามารถพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness และ Medical Tourism ได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ รวมถึงเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในภูมิภาค
นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจสุขภาพยังมีศักยภาพเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอื่น ๆ เช่น เทคโนโลยีการแพทย์ ปัญญาประดิษฐ์ด้านสุขภาพ (Health AI) ชีววิทยาศาสตร์ การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) และบริการดูแลสุขภาพดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก
การประกาศลงทุนมูลค่า 29,000 ล้านบาทของ BDMS จึงถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า “เศรษฐกิจสุขภาพ” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ของประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness Hub และ Medical Tourism ระดับเอเชียในอนาคต
สำหรับโครงการ WellEra ถือเป็นการลงทุนด้านสุขภาพและเวลเนสครั้งใหญ่ของ BDMS บนที่ดินศักยภาพสูงบริเวณหัวมุมถนนสารสินตัดกับถนนหลังสวน ตรงข้ามสวนลุมพินี ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยพัฒนาเป็นโครงการแบบ Mixed-use ด้านสุขภาพครบวงจร รองรับทั้งกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูง ชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักระยะยาว รวมถึงนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากทั่วโลก ภายใต้แนวคิดการผสานการดูแลสุขภาพ การใช้ชีวิต และการพักผ่อนเข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว
โครงการประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Wellness Residence ที่พักอาศัยเพื่อสุขภาพ, Wellness Clinic ศูนย์บริการด้านสุขภาพและเวชศาสตร์ชะลอวัย, Urban Wellness Retreat พื้นที่ฟื้นฟูสุขภาพและพักผ่อนในเมือง รวมถึง Premium Lifestyle Mall พื้นที่เชิงพาณิชย์และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม โดยปัจจุบันโครงการได้รับการอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2573 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลาง Wellness Hub และ Medical Tourism ระดับเอเชียในอนาคต