ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังเผชิญความผันผวนรุนแรงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 หลังดัชนี KOSPI ปรับตัวลงอย่างหนักติดต่อกัน ก่อนจะดีดกลับอย่างร้อนแรงในวันเดียวกว่า 17-18% ซึ่งเป็นการแกว่งตัวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ สะท้อนภาวะการซื้อขายที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและแรงเก็งกำไรสูง

นักวิเคราะห์ระบุว่า สาเหตุสำคัญ ไม่ใช่เงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน ได้แก่

  • นักลงทุนจำนวนมากกู้เงินมาซื้อหุ้น (Margin Trading) และลงทุนผ่านกองทุน ETF แบบใช้เลเวอเรจ เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงจึงถูกบังคับขาย (Margin Call) ส่งผลให้แรงขายยิ่งรุนแรงขึ้น
  • ความกังวลว่าอุตสาหกรรมชิป AI อาจเติบโตช้ากว่าที่ตลาดคาด หลังผลประกอบการของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์บางแห่งไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังของนักลงทุนได้
  • การแข่งขันด้านเทคโนโลยีจากจีน ทำให้นักลงทุนกังวลว่าผู้ผลิตชิปของเกาหลีใต้จะเผชิญแรงกดดันมากขึ้นในอนาคต
  • ภาวะหนี้ครัวเรือนของเกาหลีใต้ที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนลดลง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า นักลงทุนรายย่อยที่ใช้เงินกู้ลงทุนมีโอกาสสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก หากตลาดปรับฐานอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกองทุนที่ใช้เลเวอเรจ ซึ่งความผันผวนอาจสูงกว่าหุ้นทั่วไปหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองว่า ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทชิปชั้นนำของเกาหลีใต้ เช่น Samsung Electronics และ SK Hynix ยังแข็งแกร่ง แต่ตลาดกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานจากการเก็งกำไรที่ร้อนแรงเกินไป มากกว่าจะเป็นสัญญาณของวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่

แม้เงินเฟ้อและดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การใช้เงินกู้เพื่อเก็งกำไรและความคาดหวังต่อหุ้น AI ที่สูงเกินจริง เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงเวลานี้ มากกว่าปัจจัยเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *