ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากนานาชาติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีโลก (Global Summit of Women: GSW) ประจำปี 2570 หลังสร้างความประทับใจในการเป็นเจ้าภาพมาแล้วเมื่อปี 2565 โดยการประกาศอย่างเป็นทางการมีขึ้นในพิธีปิดการประชุม GSW 2026 ณ นครอิสตันบูล สาธารณรัฐตุรกี ท่ามกลางผู้แทนสตรีผู้นำจากทั่วโลกกว่า 1,000 คน จากมากกว่า 60 ประเทศ
การประชุม Global Summit of Women ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติที่จัดต่อเนื่องมายาวนานกว่า 35 ปี และได้รับการยอมรับในฐานะเวทีสำคัญสำหรับผู้นำสตรีจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาที่ยั่งยืน
สำหรับการประชุมในปีนี้ คณะผู้แทนสตรีไทยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง นำโดย นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นางสุพัตรา จิราธิวัฒน์, ดร.ณฤดี เคียงศิริ, ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.), หม่อมหลวงจุฬารัตน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, ดร.นริสา เชื้อวิดุล-ออว์, นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัลย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นางสาวประกายพฤกษ์ ดำรงค์วัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. กรุงโรม และคณะผู้แทนจากประเทศไทย
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย คือ นางสาวจิณัฏฐ์ณิชา สุนทรวินเนตร นักธุรกิจและมัณฑนากรรุ่นใหม่ ได้รับเชิญขึ้นร่วมเสวนาบนเวทีนานาชาติในหัวข้อเกี่ยวกับการสร้างธุรกิจในฐานะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยนำเสนอประสบการณ์ชีวิตและแนวคิดการทำงานจากประสบการณ์จริง จนได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากจากผู้เข้าร่วมประชุม
ผู้ร่วมงานจำนวนมากประทับใจเรื่องราวชีวิตและความมุ่งมั่นของเธอ โดยเฉพาะช่วงที่กล่าวถึงเป้าหมายในการทำงานเพื่อให้บิดามารดาสามารถเกษียณและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งสามารถทำได้สำเร็จเมื่อ 5 ปีก่อน หลายคนระบุว่าการนำเสนอครั้งนี้สะท้อนถึงความจริงใจ ความกล้าหาญ และพลังของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ฟังจากหลากหลายประเทศได้อย่างลึกซึ้ง
ด้าน นางสาวจิตตพิศุทธิ์ กรรณวัฒน์ นักธุรกิจรุ่นใหม่ กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและสร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก โดยเฉพาะภายใต้แนวคิด “Building the Bridge” หรือ “การสร้างสะพานแห่งการเชื่อมโยง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย เทคโนโลยีกับมนุษย์ คนรุ่นใหม่กับคนรุ่นก่อน ตลอดจนการเชื่อมโยงระหว่างประเทศและภาคธุรกิจทั่วโลก
เธอกล่าวว่า สิ่งที่น่าประทับใจคือการได้เห็นผู้หญิงจากหลากหลายสาขาอาชีพที่ยังคงยืนหยัด เติบโต และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ นวัตกรรม และสังคม พร้อมย้ำว่าความรู้ ความร่วมมือ และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน คือพลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้สังคมก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน
ไฮไลต์สำคัญของการประชุมปีนี้เกิดขึ้นในพิธีปิด เมื่อคณะผู้จัดงานประกาศให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม Global Summit of Women 2027 อย่างเป็นทางการ โดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ได้ขึ้นกล่าวขอบคุณคณะกรรมการจัดงานและผู้ร่วมประชุมจากทั่วโลก พร้อมให้คำมั่นว่าประเทศไทยจะทำหน้าที่เจ้าภาพอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้การประชุมครั้งต่อไปเป็นเวทีแห่งการสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดความร่วมมือระหว่างผู้นำสตรีจากนานาประเทศ
ขณะที่ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สสปน. กล่าวถึงความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการจัดประชุมระดับโลก โดยเชื่อมั่นว่าการประชุมในปี 2570 จะสะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดประชุมนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม การบริการ และอาหารไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก
พิธีรับมอบการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยปิดท้ายอย่างงดงามด้วยการแสดงรำวงสี่ภาค ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก โดยผู้ร่วมงานต่างร่วมรำวงอย่างสนุกสนาน พร้อมรับของที่ระลึกเป็นตุ๊กตาช้างไทย ท่ามกลางเสียงชื่นชมถึงเอกลักษณ์และความอบอุ่นแบบไทย
ดร.นริสา เชื้อวิดุล-ออว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Web 3.0 Wallet และ KogoPay กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กลับมาร่วมงานอีกครั้ง หลังจากเคยได้รับเชิญเป็นวิทยากรในการประชุมที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้มีหลายหัวข้อที่สอดคล้องกับงานที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นฟินเทค เทคโนโลยี Web 3.0 การแปลงสินทรัพย์สู่รูปแบบดิจิทัล หรือ Tokenisation รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างรวดเร็ว
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า การได้รับฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายอุตสาหกรรมช่วยให้เห็นโอกาสใหม่ ๆ และตอกย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความยินดีที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในปี 2570 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศ สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้หญิงไทยและคนรุ่นใหม่บนเวทีโลก
ทั้งนี้ ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Global Summit of Women มาแล้วเมื่อปี 2565 ซึ่งได้รับคำชื่นชมอย่างกว้างขวางจากผู้เข้าร่วมประชุมในด้านการจัดงาน การต้อนรับ และศักยภาพของสตรีไทย จนกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้นานาชาติลงมติเลือกประเทศไทยให้กลับมารับหน้าที่เจ้าภาพอีกครั้งในปี 2570 ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งการประชุมระดับโลกที่ยิ่งใหญ่และสร้างคุณูปการต่อการพัฒนาบทบาทสตรีในเวทีนานาชาติอย่างมีนัยสำคัญ