การประชุมผู้นำประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก หรือ G7 ที่เมืองเอวิยอง ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 15-17 มิถุนายน 2569 ได้ยกระดับประเด็น “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ขึ้นเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการประชุมระดับผู้นำโลก สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว
หนึ่งในภาพที่น่าสนใจของการประชุมครั้งนี้ คือการที่ผู้นำบริษัท AI ระดับโลกจาก OpenAI, Google DeepMind, Anthropic และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่ง เข้าร่วมพูดคุยกับผู้นำประเทศโดยตรง ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่าภาครัฐทั่วโลกเริ่มมอง AI ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติ” ไม่ต่างจากไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต หรือระบบคมนาคมในอดีต
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ คือการแข่งขันเพื่อครอบครองศักยภาพด้าน AI ของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะการเข้าถึงกำลังประมวลผล (Computing Power) ชิปประมวลผลขั้นสูง ข้อมูล พลังงาน และบุคลากรคุณภาพสูง ซึ่งถูกมองว่าเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของโลกยุคใหม่
หลายประเทศในยุโรปแสดงความกังวลต่อการพึ่งพาเทคโนโลยี AI จากสหรัฐฯ มากเกินไป และเริ่มผลักดันแนวคิด “อธิปไตยทาง AI” (AI Sovereignty) เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถพัฒนาและควบคุมเทคโนโลยีสำคัญได้ด้วยตนเอง ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ
นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “พลังงาน” เนื่องจาก AI รุ่นใหม่ต้องอาศัยศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้ามหาศาล การพัฒนา AI ในอนาคตจึงไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะด้านซอฟต์แวร์หรืออัลกอริทึม แต่ยังแข่งขันกันด้านพลังงาน ระบบโครงข่ายไฟฟ้า และความสามารถในการรองรับการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์อีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า ประเทศที่จะได้เปรียบในยุค AI อาจไม่ใช่ประเทศที่มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นประเทศที่มีไฟฟ้าเพียงพอ มีพลังงานสะอาดต้นทุนต่ำ และสามารถดึงดูดการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทย ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่งเริ่มเข้ามาลงทุนด้าน Data Center และ Cloud Infrastructure ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น หากไทยต้องการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค จำเป็นต้องเตรียมบุคลากรด้าน AI วิศวกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลควบคู่กันไป
การประชุม G7 ปี 2569 จึงอาจเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “AI Economy” อย่างเต็มรูปแบบ และการแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันที่ว่าใครมี AI ที่ฉลาดที่สุดเท่านั้น แต่จะวัดกันที่ว่าใครมีพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรเพียงพอที่จะขับเคลื่อน AI ได้อย่างยั่งยืนมากกว่า
