กระทรวงมหาดไทยเดินหน้าตรวจสอบปมทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการสอบ โดย “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย เผย นายกรัฐมนตรีสั่งดำเนินการอย่างเด็ดขาด เร่งหาตัวผู้กระทำผิด พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมี “สันติธร ยิ้มละมัย” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน กำหนดกรอบเวลาตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาด เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงและนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับการดำเนินการเบื้องต้น กระทรวงมหาดไทยจะมอบหมายสำนักงานกฎหมายดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกรณีที่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนแล้วว่ามีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการกระทำผิดในกระบวนการสอบ

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมีนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง ตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการสอบ และพิจารณาว่ามีกระบวนการใดที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ โดยกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หากตรวจสอบพบว่ากระบวนการสอบไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือมีการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง รวมถึงส่งผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการจัดสอบพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

“หากที่มาของกระบวนการไม่ถูกต้อง สิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาก็อาจไม่ถูกต้องเช่นกัน จึงต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีส่วนใดบกพร่อง และดำเนินการแก้ไขตามข้อเท็จจริง” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีสั่งยกเลิกผลสอบทั้งหมด นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า การยกเลิกต้องดำเนินการตามขั้นตอน ไม่สามารถดำเนินการโดยทันทีได้ โดยต้องรอผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการก่อน แต่หากพบว่ามีความผิดจริง ก็จำเป็นต้องดำเนินการยกเลิกในส่วนที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ การสอบดังกล่าวมีผู้เข้าสอบจำนวนมากกว่า 300,000 คน กระทรวงมหาดไทยจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า บุคคลใดเกี่ยวข้องกับกระบวนการผิดปกติ มีการแก้ไขกระดาษคำตอบ หรือมีการกระทำใดที่เข้าข่ายทุจริตหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่สุจริต

ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การเอาผิดแบบเหมารวม แต่เป็นการตรวจสอบเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยหากตำรวจสืบสวนพบว่ามีบุคคลใดร่วมกระทำความผิด ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย

“การแจ้งความครั้งนี้เป็นการดำเนินการจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การกล่าวหาเป็นรายบุคคล แต่หากพบผู้ร่วมกระทำผิด ทุกคนจะต้องรับผิดตามกฎหมาย” นายอรรษิษฐ์กล่าว

การตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่น โดยยืนยันหลักการว่า ผู้เข้าสอบที่สุจริตต้องได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตจะต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *