Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ 75,000 ดอลลาร์ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 จุด ขณะที่ตลาดยังประเมินผลจากความล้มเหลวของร่างกฎหมาย Clarity Act ในวุฒิสภาสหรัฐฯ ด้าน Bitget มองกระแสลดการถือครองดอลลาร์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนจับตา
ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญปัจจัยกดดันสองด้านในช่วงสัปดาห์นี้ ทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความคืบหน้าด้านกฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังเคลื่อนไหวบริเวณ 75,000-76,500 ดอลลาร์ หลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC) เมื่อวันที่ 16 กันยายน
Fed มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุด สู่กรอบ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี โดยเจ้าหน้าที่ Fed ยังส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้ ขณะที่ตลาดการเงินต้องประเมินผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง
อีกปัจจัยที่อยู่ในความสนใจคือ Clarity Act ร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายวางกรอบกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ ซึ่งไม่สามารถผ่านขั้นตอนในวุฒิสภาได้เมื่อวันที่ 15 กันยายน โดยการลงมติอยู่ที่ 50 ต่อ 49 เสียง ขณะที่ร่างกฎหมายต้องการเสียงอย่างน้อย 60 เสียงเพื่อเดินหน้าต่อ
ความล้มเหลวของร่างกฎหมายดังกล่าวทำให้บทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ถูกจับตามากขึ้น โดยทั้งสองหน่วยงานส่งสัญญาณว่ายังสามารถเดินหน้าจัดทำกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ได้ แม้ยังมีข้อกังวลว่ากฎที่ออกโดยหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตมากกว่ากรอบที่ผ่านการออกกฎหมายจากรัฐสภา
ในมุมมองของ เกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการ Bitget การที่ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ 75,000 ดอลลาร์ แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันดังกล่าว สะท้อนว่าตลาดอาจรับรู้ผลกระทบจากข่าวบางส่วนไปแล้ว ขณะที่นักลงทุนยังติดตามกระแสการลดการถือครองดอลลาร์ หรือ Dollar Debasement ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนความสนใจในทองคำและ Bitcoin
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังมีความเสี่ยงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงทิศทางเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุน Bitcoin ETF หากปัจจัยเหล่านี้ยังไม่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง Bitcoin ก็ยังมีโอกาสเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง
นอกจากตลาดคริปโตแล้ว หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเป็นอีกกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจ โดยความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับทั้งแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและระดับมูลค่าหุ้น ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน Bitget ระบุว่า บริษัทอยู่ระหว่างการขยายบริการที่เชื่อมโยงตลาดสินทรัพย์ดั้งเดิมกับตลาดคริปโต โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของลูกค้าสถาบันบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และบริษัทได้นำข้อมูลราคาหุ้นจาก Nasdaq มาใช้กับบริการที่เกี่ยวข้องกับหุ้นสหรัฐฯ
บริษัทระบุว่าการดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Universal Exchange (UEX) ซึ่งประกาศครั้งแรกในเดือนกันยายน 2568 โดยมีเป้าหมายเชื่อมผลิตภัณฑ์การลงทุนจากตลาดการเงินแบบดั้งเดิมเข้ากับแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล
สำหรับตลาดในระยะต่อไป นักลงทุนยังต้องติดตามทั้งทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร รวมถึงความคืบหน้าด้านกฎระเบียบคริปโตของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อสภาพคล่องและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล