กรณีชื่อ “NENE ROYAL” ของศิลปินสาวชาวไทยที่เป็นที่รู้จักจากเวที America’s Got Talent 2026 กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาในแวดวงทรัพย์สินทางปัญญา หลังมีรายงานพบคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยสำหรับเสื้อยืดพิมพ์ลาย ซึ่งยื่นก่อนคำขอของ Black Lotus Global LLC บริษัทที่มีการยื่นจดทะเบียนชื่อดังกล่าวในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยในเวลาต่อมา
ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่คำถามสำคัญว่า หากบุคคลอื่นยื่นจดทะเบียนชื่อที่ศิลปินใช้สร้างชื่อเสียงมาก่อน จะมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นเหนือศิลปินหรือไม่ และเจ้าของชื่อจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างไร
เปิดลำดับคำขอจดทะเบียนที่มีรายงาน
ข้อมูลจากบทวิเคราะห์กรณี NENE ROYAL ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ระบุว่า พบคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย เลขที่ 260138519 ยื่นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ในจำพวก 25 ซึ่งครอบคลุมสินค้าเสื้อผ้า โดยระบุสินค้าเป็นเสื้อยืดพิมพ์ลาย และรายงานว่าคำขอยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ต่อมา Black Lotus Global LLC ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “NENE ROYAL” ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 และยื่นคำขอสำหรับเครื่องหมาย “NENE” ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569
สำหรับประเทศไทย มีรายงานว่าบริษัทดังกล่าวยื่นคำขอ “NENE ROYAL” เลขที่ 260149859 และ “NENE” เลขที่ 260149858 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 โดยครอบคลุมสินค้าและบริการหลายประเภท อาทิ เพลงที่ดาวน์โหลดได้ เสื้อผ้า หมวก และบริการด้านความบันเทิง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นรายละเอียดตามรายงานที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ สถานะปัจจุบันและรายละเอียดของคำขอแต่ละรายการควรตรวจสอบกับฐานข้อมูลทางการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
หลัก “ใครยื่นก่อน” ไม่ได้หมายความว่าจะชนะทุกกรณี
ตามหลักการของกฎหมายเครื่องหมายการค้า วันที่ยื่นคำขอเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาสิทธิ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นคำขอรายแรกจะได้รับจดทะเบียนโดยอัตโนมัติ หรือมีสิทธิเหนือผู้ใช้ชื่อดังกล่าวมาก่อนในทุกกรณี
นายทะเบียนยังต้องพิจารณาว่าเครื่องหมายมีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ มีความเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายที่มีสิทธิก่อนหน้าอย่างไร และมีเหตุอื่นที่ทำให้ไม่สามารถรับจดทะเบียนได้หรือไม่
หากศิลปินหรือผู้เกี่ยวข้องมีหลักฐานแสดงถึงการใช้ชื่อ NENE ROYAL ก่อนวันที่มีการยื่นคำขอ รวมถึงหลักฐานการใช้ชื่อในทางการค้าและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้อาจนำไปใช้ประกอบการดำเนินการทางกฎหมายได้ ทั้งนี้ น้ำหนักของหลักฐานต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ
คัดค้านคำขอได้หรือไม่?
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าของไทยเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำคัดค้านการจดทะเบียนได้ภายในระยะเวลาตามกฎหมาย โดยทั่วไปคือ 60 วันนับแต่วันที่มีการประกาศโฆษณาคำขอ หากเห็นว่าคำขอนั้นไม่ควรได้รับจดทะเบียนตามกฎหมาย
การดำเนินการจึงต้องตรวจสอบก่อนว่าคำขอที่เป็นข้อพิพาทได้รับการประกาศโฆษณาแล้วหรือยัง และกำหนดเวลาคัดค้านเริ่มนับเมื่อใด ไม่สามารถนับระยะเวลา 60 วันจากวันที่ยื่นคำขอโดยตรงได้
นอกจากนั้น หากมีการจดทะเบียนไปแล้ว กฎหมายยังอาจเปิดช่องทางดำเนินการเพื่อเพิกถอนการจดทะเบียนในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและฐานทางกฎหมายของแต่ละกรณีเป็นรายกรณี
ประเด็นเจตนาไม่สุจริต ต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐาน
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความเป็นไปได้ว่าการยื่นคำขออาจมีเจตนาอาศัยชื่อเสียงของศิลปินเพื่อประโยชน์ทางการค้า อย่างไรก็ตาม การยื่นคำขอภายหลังศิลปินเป็นที่รู้จัก หรือการยื่นก่อนบริษัทตัวแทนของศิลปินเพียงระยะเวลาหนึ่ง ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าผู้ยื่นมีเจตนาไม่สุจริต
การพิจารณาประเด็นนี้จำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงแวดล้อม เช่น ประวัติการใช้ชื่อ ความเกี่ยวข้องของผู้ยื่นกับชื่อหรือเครื่องหมายดังกล่าว ตลอดจนพฤติการณ์ที่อาจแสดงถึงเจตนาในการยื่นคำขอ โดยต้องเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย
ขณะเดียวกัน การมีชื่อเสียงหรือใช้ชื่อบนเวทีมาก่อน ไม่ได้ทำให้ศิลปินได้รับสิทธิในเครื่องหมายการค้าทุกประเภทสินค้าและทุกประเทศโดยอัตโนมัติ เพราะสิทธิและการคุ้มครองต้องพิจารณาตามกฎหมายและหลักฐานของแต่ละประเทศ
บทเรียนสำหรับศิลปินและผู้ประกอบการ
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนคุ้มครองเครื่องหมายการค้าตั้งแต่เริ่มสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ประกอบการที่มีแผนจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศ
ผู้เกี่ยวข้องควรตรวจสอบและยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเภทสินค้าและบริการที่จำเป็น เก็บหลักฐานการใช้ชื่ออย่างต่อเนื่อง และจัดทำเอกสารให้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของสิทธิหรือได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายดังกล่าว
สำหรับกรณี NENE ROYAL ขั้นตอนสำคัญต่อจากนี้คือการตรวจสอบสถานะคำขอจากฐานข้อมูลทางการ พิจารณาหลักฐานการใช้ชื่อก่อนหน้า และประเมินแนวทางดำเนินการตามกฎหมายอย่างเหมาะสม
ท้ายที่สุด การยื่นคำขอก่อนอาจสร้างความได้เปรียบในบางสถานการณ์ แต่ไม่ใช่ข้อยุติว่าผู้ยื่นจะเป็นเจ้าของเครื่องหมายโดยเด็ดขาด ผลของกรณีนี้จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง หลักฐาน และกระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย ไม่ใช่เพียงลำดับวันที่ยื่นคำขอเท่านั้น