เมื่อฝนตกหนักในกรุงเทพฯ สิ่งที่ทำให้แต่ละพื้นที่มีสภาพน้ำแตกต่างกัน ไม่ได้มีเพียงเรื่องปริมาณฝน แต่ยังเกี่ยวข้องกับ “ภูมิศาสตร์ของพื้นที่” และโครงสร้างการระบายน้ำที่มีอยู่เดิม

หนึ่งในจุดเด่นของพื้นที่ฝั่งธนบุรีและย่านริมน้ำเจ้าพระยา คือการมี โครงข่ายคลองจำนวนมากเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำหน้าที่เป็นทางรับและถ่ายเทน้ำ ขณะที่หลายจุดมีประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำช่วยเร่งผลักน้ำออกจากพื้นที่

ข้อมูลของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่าฝั่งธนบุรีมีสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำตามแนวคลองและริมแม่น้ำหลายจุด ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ คลองชักพระ คลองมอญ ไปจนถึงดาวคะนอง ราษฎร์บูรณะ และแจงร้อน สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างการระบายน้ำของฝั่งนี้มีจุดรับและจุดเร่งระบายน้ำกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก

“คลอง” จึงไม่ได้เป็นเพียงภูมิทัศน์ของฝั่งธนฯ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดการน้ำของเมือง

เมื่อฝนตก น้ำจากพื้นที่เมืองสามารถเข้าสู่ระบบท่อและคลอง ก่อนถูกบริหารผ่านประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำเพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำ ระยะทางในการส่งน้ำออกจากพื้นที่จึงค่อนข้างสั้น

อีกกลไกสำคัญในภาพรวมของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างคือ คลองลัดโพธิ์ ซึ่งอยู่บริเวณอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ทำหน้าที่เป็นทางลัดในการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่อ่าวไทย

กรมชลประทานระบุว่า คลองลัดโพธิ์สามารถลดระยะทางการไหลของน้ำจากประมาณ 18 กิโลเมตร เหลือเพียงประมาณ 600 เมตร และมีการบริหารประตูระบายน้ำให้สัมพันธ์กับช่วงน้ำทะเลลง เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ทะเล

จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของระบบระบายน้ำในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง ไม่ใช่การทำหน้าที่แทนคลองหรือสถานีสูบน้ำในแต่ละเขตโดยตรง แต่เป็นกลไกปลายน้ำที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่ทะเล

นี่คือข้อได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ของเมืองริมน้ำ

ฝั่งธนฯ หลายพื้นที่มีคลองกระจายตัวอยู่รอบชุมชน เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา และมีสถานีสูบน้ำช่วยเร่งระบาย เมื่อระบบต่าง ๆ ทำงานสอดประสานกัน น้ำฝนจึงสามารถถูกถ่ายออกจากพื้นที่ได้ต่อเนื่อง

ผลที่เห็นในชีวิตประจำวันคือ แม้บางช่วงจะมีฝนตกหนักและเกิดน้ำรอการระบายตามจุดต่าง ๆ แต่หลายพื้นที่สามารถกลับมาใช้งานถนนและพื้นที่เมืองได้ค่อนข้างรวดเร็ว เมื่อฝนหยุดและระบบระบายน้ำสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ดังนั้น หากมองฝั่งธนฯ ในมุม “การวางแผนจัดการชีวิต” สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงทำเลติดแม่น้ำ แต่คือ โครงสร้างเมืองที่มีคลองล้อมรอบ มีทางน้ำเชื่อมต่อ และมีระบบสูบน้ำช่วยระบาย

พูดง่าย ๆ คือ
ฝนตก น้ำมีทางไป
คลองรับน้ำ
สถานีสูบเร่งน้ำ
แม่น้ำเป็นทางผ่าน
และคลองลัดโพธิ์เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการระบายน้ำเจ้าพระยาตอนล่างออกสู่ทะเล

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้หลายพื้นที่ฝั่งธนฯ และย่านริมน้ำยังสามารถเดินทาง ทำงาน ค้าขาย และใช้ชีวิตต่อได้ หลังฝนตกหนัก เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านเส้นทางระบายน้ำหรืออยู่ในจุดลุ่มต่ำของเมือง

หมายเหตุ: ประสิทธิภาพการระบายน้ำไม่ได้หมายความว่าฝั่งธนฯ จะไม่มีน้ำท่วม เพราะผลกระทบยังขึ้นกับปริมาณฝน ระดับแม่น้ำ น้ำทะเลหนุน และความสามารถของระบบในช่วงเวลานั้นด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *