กระทรวงพาณิชย์เดินเกมรุกสกัดนอมินีต่างชาติ จับมือกรมที่ดินเชื่อมฐานข้อมูล Big Data ขยายวงตรวจสอบ 125,622 บริษัทที่มีสัดส่วนต่างชาติร่วมถือหุ้น พบข้อมูลเกี่ยวข้องกับที่ดินกว่า 3 แสนแปลง รวมพื้นที่กว่า 1.06 ล้านไร่ และคอนโดมิเนียมอีกกว่า 7.6 หมื่นยูนิต เตรียมใช้ข้อมูลคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและขยายผลตามกฎหมาย
กระแสการตรวจสอบการใช้ “นอมินี” เพื่ออำพรางการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติ กำลังเข้าสู่ระยะเข้มข้นมากขึ้น หลัง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าประสานข้อมูลร่วมกับ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data สำหรับใช้วิเคราะห์และคัดกรองกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยง
ข้อมูลที่ถูกนำเข้าสู่การตรวจสอบครอบคลุมบริษัทจำนวน 125,622 บริษัท ซึ่งมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติร่วมอยู่ในโครงสร้างการถือหุ้น โดยข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงทรัพย์สินประเภทที่ดินจำนวน 305,838 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 1,064,265 ไร่ ตลอดจนห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมอีก 76,840 ยูนิต
การทำงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถนำข้อมูลจากหลายฐานมาเชื่อมโยงกัน และมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง นิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และทรัพย์สินที่ถือครอง ได้ละเอียดมากขึ้น จากเดิมที่การตรวจสอบอาจต้องดำเนินการเป็นรายกรณี
พื้นที่ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ ได้แก่ จังหวัดและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีการลงทุนจากต่างชาติในระดับสูง เช่น ชลบุรี ระยอง กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ เชียงใหม่ และภูเก็ต
หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือการเปลี่ยนจากการตรวจสอบเชิงรับไปสู่การกำกับดูแลเชิงรุก หรือ Proactive Regulator โดยนำข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ มาประกอบกัน เพื่อค้นหาความผิดปกติและกำหนดกลุ่มเสี่ยงสำหรับการตรวจสอบเชิงลึก
ในภาพรวม กลไกการทำงานจะอาศัยข้อมูลจากหลายหน่วยงาน โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลและโครงสร้างผู้ถือหุ้น ขณะที่กรมที่ดินจะเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและห้องชุด ส่วนหน่วยงานด้านภาษีสามารถนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปใช้ประกอบการตรวจสอบเส้นทางการเงินและภาระภาษีตามอำนาจหน้าที่
การเชื่อมโยงข้อมูลจึงไม่ได้หมายความว่าบริษัทหรือบุคคลทั้งหมดที่อยู่ในฐานข้อมูลเป็นผู้กระทำผิด แต่เป็นการนำข้อมูลมาใช้ คัดกรองและระบุความเสี่ยง ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย หากพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิด
สำหรับประเด็น “นอมินี” ถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการกำกับดูแลการลงทุนจากต่างชาติ เพราะหากมีการใช้บุคคลไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย การตรวจสอบจะต้องพิจารณาทั้งโครงสร้างการถือหุ้น แหล่งที่มาของเงิน สิทธิในการควบคุมกิจการ และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องประกอบกัน
การเดินหน้าใช้ Big Data ครั้งนี้จึงถูกจับตามองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของภาครัฐในการยกระดับการตรวจสอบ จากการติดตามเป็นรายบริษัท ไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลในระดับเครือข่ายและเชื่อมโยงกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
ด้วยฐานข้อมูลที่ครอบคลุมกว่า 1.25 แสนบริษัท ที่ดินกว่า 3 แสนแปลง และห้องชุดกว่า 7.6 หมื่นยูนิต การตรวจสอบในระยะต่อไปจึงมีแนวโน้มมุ่งไปที่การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง หากพบข้อมูลหรือพฤติการณ์ที่มีเหตุอันควรสงสัย
เป้าหมายสำคัญไม่เพียงอยู่ที่การตรวจสอบบริษัทที่อาจมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นผิดปกติ แต่ยังรวมถึงการทำให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สินและการลงทุนของต่างชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น
เกม Big Data ล้อมกรอบนอมินีจึงเพิ่งเริ่มต้น และสิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ เมื่อข้อมูลจากหลายหน่วยงานถูกนำมาเชื่อมโยงกันแล้ว จะสามารถตรวจพบเครือข่ายหรือรูปแบบการถือครองทรัพย์สินที่ผิดปกติได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงมาตรการทางกฎหมายที่จะตามมาหลังการตรวจสอบข้อเท็จจริง