แบรนด์แฟชั่นไทยเดินหน้าขยายตลาดสหรัฐฯ อย่างจริงจัง จากการสร้างภาพลักษณ์ใน New York Fashion Week สู่การพบ Buyers และเจรจาธุรกิจโดยตรง สะท้อนการเปลี่ยนเกมจาก “โชว์ความสร้างสรรค์” ไปสู่ “สร้างยอดขายในตลาดต่างประเทศ”
ตลาดสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของแบรนด์แฟชั่นไทย โดยปี 2026 มีการผลักดันแบรนด์ไทยเข้าสู่เวทีแฟชั่นและงานแสดงสินค้าสำคัญในนิวยอร์กอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในความเคลื่อนไหวล่าสุดคือโครงการของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ที่นำแบรนด์แฟชั่นไทย 15 แบรนด์ เข้าร่วมงาน Coterie New York ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2026 ณ Jacob K. Javits Convention Center ในช่วงเดียวกับ New York Fashion Week โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการส่งเสริมผู้ประกอบการแฟชั่นไทยเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ
จาก Fashion Show สู่ Business Opportunity
สิ่งที่น่าสนใจของกลยุทธ์ครั้งนี้คือการไม่ได้มุ่งเพียงสร้างกระแสหรือประชาสัมพันธ์แบรนด์ แต่ให้ความสำคัญกับ Market Readiness และความสามารถในการทำธุรกิจจริง
แบรนด์ที่เข้าร่วมต้องนำเสนอคอลเลกชัน Spring/Summer 2027 ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ขณะเดียวกันต้องแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในทิศทางแฟชั่นและพฤติกรรมผู้บริโภคสหรัฐฯ รวมถึงมีข้อมูลด้านราคา ต้นทุน และศักยภาพในการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจริง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าโจทย์ของแฟชั่นไทยในตลาดต่างประเทศกำลังเปลี่ยนจาก “ทำอย่างไรให้คนรู้จักแบรนด์” ไปสู่ “ทำอย่างไรให้แบรนด์สามารถขายและเติบโตในตลาดนั้นได้อย่างยั่งยืน”
New York กลายเป็นสนามทดสอบแบรนด์ไทย
ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 มีแบรนด์ไทย 4 ราย ได้แก่ Landmee, SARRAN, Takara Wong Studios และ Vickteerut ได้รับคัดเลือกจาก DITP และ Thai Trade Center New York ให้แสดงผลงานใน New York Fashion Week Fall/Winter 2026
งานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 400 คน ทั้ง Buyers, สื่อ, Editors, Influencers และบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่น หลังจบงาน แบรนด์ทั้ง 4 ยังได้นำคอลเลกชันไปจัด Pop-Up Store ที่ SoHo เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึง Buyers และผู้บริโภคในสหรัฐฯ โดยตรง

ไทยมีจุดแข็ง แต่ต้องปรับให้เข้ากับตลาด
สำหรับแบรนด์ไทย จุดแข็งไม่ได้อยู่เพียงความเป็น “Thai Design” แต่ยังรวมถึงความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ วัฒนธรรม และการออกแบบที่สามารถนำไปตีความในรูปแบบร่วมสมัย
ขณะเดียวกัน DITP ระบุว่าแบรนด์ที่มุ่งสู่ตลาดสหรัฐฯ ต้องมีความเข้าใจตลาดในหลายเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ Casual, Streetwear, Minimal/Old Money ไปจนถึง Sustainable Fashion ซึ่งสะท้อนว่าการมีเอกลักษณ์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
ในอดีต การไป Fashion Week อาจถูกมองเป็นเรื่องของ Brand Image และ Prestige แต่วันนี้กิจกรรมใน New York กำลังถูกใช้เป็นช่องทางเชื่อมต่อกับ Buyers และคู่ค้าทางธุรกิจมากขึ้น