อุตสาหกรรม Data Center ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังภาครัฐเริ่มยกระดับการกำกับดูแลโครงการขนาดใหญ่ ท่ามกลางการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และความกังวลเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน และผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ
คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการ Data Center แห่งชาติ มีมติเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ให้ ชะลอการก่อสร้างและการอนุมัติโครงการชั่วคราวรวม 166 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 49 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตหรือพิจารณาอีก 117 โครงการ เพื่อรอการจัดทำหลักเกณฑ์กลางชุดใหม่
การทบทวนครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการปิดกั้นการลงทุน แต่เป็นความพยายามจัดระบบอุตสาหกรรม Data Center ให้มีทิศทางเดียวกัน โดยหน่วยงานรัฐได้รับกรอบเวลา 1 เดือนในการจัดทำมาตรฐานขั้นต่ำ ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่และอาคาร รวมถึงสิ่งแวดล้อม
น้ำและไฟกลายเป็นโจทย์สำคัญ
การเติบโตของ Data Center โดยเฉพาะศูนย์ประมวลผลที่รองรับ Cloud และ AI ทำให้ความต้องการไฟฟ้าและระบบทำความเย็นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เรื่อง น้ำและไฟฟ้า กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ภาครัฐต้องนำมาพิจารณาในการวางกติกาใหม่
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า Data Center ที่ดำเนินงานอยู่ในกรุงเทพฯ ยังไม่ได้ทำให้ระบบน้ำประปาหรือไฟฟ้าเข้าสู่ภาวะวิกฤตในปัจจุบัน แต่ภาครัฐต้องการป้องกันปัญหาในอนาคตจากการขยายตัวของโครงการขนาดใหญ่
นอกจากน้ำและไฟแล้ว เรื่อง ทำเลที่ตั้งและความปลอดภัย ก็ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะ Data Center ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองและใกล้ชุมชน
กทม. ชะลอโครงการใหม่ รอปรับกติกา
ในกรุงเทพฯ มีการชะลอการอนุญาต Data Center ใหม่บางโครงการ เพื่อรอความชัดเจนของกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง โดย กทม. ระบุว่ากฎหมายและข้อกำหนดบางส่วนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอาจยังไม่ครอบคลุมรูปแบบ Data Center ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน โดยกระทรวงพลังงานระบุว่าจะไม่อนุญาตให้มีสถานที่เก็บน้ำมันสำรองสำหรับ Data Center รายใหม่ในพื้นที่ชุมชนเมือง เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน
ไทยกำลังเปลี่ยนจาก “รับลงทุน” สู่ “เลือกการลงทุน”
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของประเทศไทย จากเดิมที่มุ่งดึงดูดการลงทุน Data Center เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ไปสู่การพิจารณาว่า โครงการแต่ละแห่งจะสร้างประโยชน์ให้ประเทศมากเพียงใด และเหมาะสมกับทรัพยากรของพื้นที่หรือไม่
ภาครัฐเตรียมพิจารณาหลักเกณฑ์ด้านการใช้น้ำและไฟ ทำเล ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ เช่น การสร้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานสะอาด
โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวน Data Center เพื่อรองรับการเติบโตของ AI แต่ต้องหาสมดุลระหว่าง การลงทุนกับการใช้ทรัพยากรของประเทศ หากกติกาใหม่สามารถกำหนดพื้นที่ มาตรฐาน และเงื่อนไขการลงทุนได้อย่างเหมาะสม Data Center ก็อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยไม่เพิ่มภาระให้กับชุมชนและระบบสาธารณูปโภคเกินความจำเป็น